คนเราเกิดมาใครบ้างไม่เคยผ่าน “ความปวดร้าว”ทางกายและทางใจ
คนที่ฉลาดเขาจะไม่ขังตัวเองไว้กับความรู้สึกที่ปวดร้าว ซึ่งได้ผ่านเป็นอดีตไปแล้วหรอกนะ
คนเราเวลาที่เลือกรับประทานผลไม้ ยังเลือกรับประทานเฉพาะผลที่ดีๆ ไม่เน่าไม่เสียเลย
แล้วทำไมล่ะ ทำไมเราไม่เลือกสิ่งดีๆให้กับจิตใจหรือความรู้สึกของเราบ้าง
กายต้องการอาหารดีมีประโยชน์ ใจก็ต้องการอาหารใจที่ดีมีประโยชน์เช่นกัน
เคยสังเกตดูใบบัวไหม ? ใบบัวจะไม่เก็บซับน้ำเอาไว้บนใบของตน
เพราะถ้าเก็บไว้ ใบจะเน่า ใบบัวจึงสร้างผิวหน้าของใบที่ทำให้น้ำกลิ้งไปมาโดยไม่เปียกใบได้
คนเราก็เหมือนกัน ถ้าเที่ยวเก็บ “ความปวดร้าว” มาชโลมไว้บนพื้นที่หัวใจ
หรือขังความปวดร้าวขมขื่นเอาไว้ในหัวใจ
จนหัวใจทั้งดวงเปียกชุ่มไปด้วยความปวดร้าวแล้วละก็
ไม่นานหรอก ใจเราก็จะเน่าเช่นเดียวกัน
พอใจเน่าเสียแล้ว หัวใจจะเอาความสดชื่นเบิกบานมาจากไหนได้อีก
หัวใจที่ขาดความสดชื่นเบิกบานร่าเริง
มันก็ไม่ต่างอะไรกับหัวใจที่เย็นชาและแห้งเหี่ยว
หัวใจเช่นนี้ มีแต่หัวใจของผีป่าซาตานเท่านั้น
หากต้องการให้หัวใจของตนเอง ยังคงสภาพเป็นหัวใจมนุษย์อยู่ละก็
จงพยายามชักชวน “ความสดชื่นเบิกบาน ความร่าเริง ความเอิบอิ่ม ความผ่อนคลาย และความสุข” มาอาศัยอยู่ในหัวใจให้มากและนานที่สุดเถิด....
...ตะวันสุรินทร์....
๒๗ กันยายน ๒๕๕๑
ต้องขออภัย หากจะมีท่านที่ติดตามรออ่านบทความของตะวันสุรินทร์นะครับ
งานยุ่งๆ ไม่ค่อยได้มาลงบันทึกบ่อยนัก
ท่านใดต้องการสนทนาธรรมด้วย ก็ที่ tawankawee@hotmail.com
แสดงความคิดเห็น