เมื่อวันที่ 25 ก.ย. ที่วัดอาวุธวิกสิตาราม บางพลัดกทม. มี การประชุมสัมมนาบุคลากรการศึกษาพระปริยัติธรรม แผนกบาลี โดย พระพรหมมุนี กรรมการมหาเถรสมาคม และรักษาการเจ้าคณะใหญ่ธรรมยุต กล่าวเปิดการประชุมว่า การศึกษาพระปริยัติธรรมทั้งแผนกธรรมและบาลี มีจุดหมายเพื่อให้พระสงฆ์มีความรู้ ด้านศาสนธรรม เพื่อสืบทอดพระพุทธศาสนาต่อไป แต่การเรียนการสอนของพระ เณร ในปัจจุบันกลับเรียนเพื่อให้สอบได้นักธรรม เพื่อสอบให้ได้เปรียญ ทั้งที่เป้าหมายหลักจริงๆแล้ว ทางคณะสงฆ์ต้องการให้ พระเณร ได้มีความรู้เพื่อสืบทอดพระพุทธศาสนา ตัวอย่างที่เห็นชัดเจนถึงการศึกษาเพื่อความรู้ คือ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงศึกษาภาษาบาลีจบเพียงเปรียญธรรม 5 ประโยค แต่บทสวดมนต์มงคลทีปนีที่สวดตอนทำวัตรเช้า เย็น พระองค์ก็ทรงแต่งขึ้นเอง
พระพรหมมุนีกล่าวต่อว่า ส่วนการเรียนการสอนนักธรรม ที่ผ่านมาก็เป็นในลักษณะต่างคนต่างทำบางวัดไม่มีการ สอน แต่ก็ส่งนักเรียนไปสอบ และหากเกิดสอบผ่านในระดับนักธรรมโท หรือเอก ซึ่งมีคุณสมบัติที่จะสามารถเป็นพระสังฆาธิการได้ เมื่อไปสอนผู้อื่นต่อก็จะนำความคิดของตัวเองเป็นหลัก และอาจจะไม่ตรงตามคำสอนทางพระพุทธศาสนา ในการเรียนการสอน จึงควรยึดหลักตามพระไตรปิฎกด้วย การที่ในพระไตรปิฎกบันทึกไว้เป็นภาษาบาลี ก็จำเป็นที่พระ เณร จะต้องเรียนบาลีเพื่อให้เกิดความรู้ และเข้าใจพระไตรปิฎก ไม่ใช่เรียนเพื่อหวังที่จะสอบให้ได้เปรียญเท่านั้น อีกทั้งการจัดการศึกษาพระปริยัติธรรมที่ไม่ เรียบร้อย การเรียนที่มุ่งหวังต่อตนเอง มากกว่าประโยชน์ ส่วนรวมก็เหมือนการทำลายพระพุทธศาสนาทางหนึ่ง.
ขอโอกาสอนุโทนาบุญ แด่พระเถรานุเถระทุกๆ รูปที่ได้ทุ่มเทและใส่ใจในการเรียนการสอนคันถธุระ แผนกบาลี เพื่อสืบสานพระสัทธรรมคำสั่งสอนแห่งองค์พระพุทธเจ้า ข้อที่พึงศึกษาพิจารณาใคร่ครวญคือ การนำเสนอและการหมั่นประเมินผลสัมฤทธิ์ผลแห่งการเรียนบาลี เพื่อวัตถุประสงค์ ในการทำความเข้าใจ เข้าถึง และรักษาพระพุทธวจนะไว้อย่างถูกต้อง และต้องมีสัมมาทิฏฐิในการมุ่งเรียนรู้เพื่อลด ละ เลิก มุ่งตรงสู่ความหลุดพ้นจากอาสวะกิเลสทั้งปวง มุ่งเรียนพระปริยัติเสมือนดั่งปฏิบัติ เรียนปฏิบัติก็เข้าใจว่าคือปริยัติ เพราะทั้งสองอย่างต่างก็เกื้อกูลและเป็นหนึ่งเดียวกัน จนสามารถนำมาซึ่งปฏิเวธ แล้วโน้มนำมาเพื่ออบรมสั่งสอนคุณธรรม จริยธรรม ให้เกิดมีแก่สังคมทั้งทางคดีโลกและคดีธรรม เมื่อนั้นความสงบสุข ร่มเย็น และอายุพระพุทธศาสนาก็จะยั่งยืนต่อเนื่องสืบไป
พระณัฐฐพล ขนฺติโก
การศึกษาเป็นรากฐานของชีวิต ทุกๆคนควรมีโอกาสในการศึกษาเพื่อพัฒนาชีวิตของตนเองให้มีความเพียบพร้อมสมบูรณ์ในทุกๆด้าน ...การศึกษาพระปริยัติธรรมของพระภิกษุ-สามเณรนั้นเป็นการศึกษาคำสอนของพระพุทธเจ้าซึ่งเป็นผู้สิ้นกิเลส ทรงตั้งอยู่ในฐานะเป็นพระบรมครูของเทวดาและมนุษย์ ระบบการศึกษาของสงฆ์จึงเป็นไปเพื่อการดำเนินชีวิตที่ประเสริฐแนวทางแห่งพุทธธรรม เป็นระบบการศึกษาที่เน้นให้เกิดความรู้เพื่อเป็นพื้นฐานให้แก่การปฏิบัติที่ถูกต้องดีงาม ผู้เรียนและปฏิบัติตามย่อมได้รับประโยชน์ทั้งทางโลกทางธรรม...สาระสำคัญของการเรียนพระพุทธศาสนาจึงมีประโยชน์แก่การดำเนินชีวิตที่ดี ส่วนผู้เรียนเพื่อเพิ่มพูนอัตตา มีความทะเยอทะยานไปตามอำนาจกิเลสตัณหา ย่อมได้รับผลในทางร้ายไปตามการกระทำของตัวเองอยู่แล้ว แม้จะดูเหมือนมีชีวิตที่มั่งคั่ง หรูหรา มีเกียรติด้วยยศ-ตำแหน่งในทางโลกีย์ในท่ามกลางสังคมที่ลุ่มหลงมัวเมา แต่ก็เป็นความหรูหราบนกับดักแห่งความทุกข์ทรมาน ผู้มีปัญญารู้ทันย่อมหลีกเลี่ยง ส่วนผู้หลงไหลเพลิดเพลินย่อมติดข้อง ไม่อาจพ้นไปจากห้วงทะเลแห่งความทุกข์คือสังสารวัฏอันยาวไกล ไม่รู้จุดจบสิ้น นับว่าพลาดจากประโยชน์ของการเรียนพระพุทธศาสนาไปอย่างน่าเสียดาย...การเรียนในพระพุทธศาสนามีความหลุดพ้นจากกิเลสและกองทุกข์เป็นสาระ...จงใส่ใจตระหนักรู้แล้วจะได้ประโยชน์อย่างแท้จริง
เรียน บาลีถือว่าเป็นการเรียนเพื่อรักษาพุทธพจน์คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าอยู่แล้ว
แต่เป้าหมายในสถานการร์ปัจจุบันหาเป็นเช่นนั้นไม่ กลับกลายพระสงฆ์องค์สามเณรที่เรียนบาลีก็เพื่อหวังได้เป็นมหาเปรียญเพียงเพื่ออาศัยเป็นฐานสร้างชีวิตให้กับตนเอง คือ หวังยศสมณศักดิ์ทางพระเท่านั้น ไม่ได้ไปหวังหลุดพ้นอะไรมากมาย กลับกลาย ยิ่งเรียนสูง ยิ่งเป็นเปรียญ 9 ยิ่ง ก่อ อัตตาให้กับพระ ว่า "ฉันนี้แหละ ป.ธ.9" จนเป็นปัญหาที่น่าสลดใจกับทัศคติ และมุมมองของเหล่านักเรียนบาลี ที่ยึดบรรทัดฐานแค่ตัวหนังสือเท่านั้น ก็ไม่สนใจความเป็นไปของสังคมรอบด้านว่าเป็นอย่างไร
กํเพราะการจัดการเรียนการสอนแบบปัจจุบันไม่สามารถที่จะวัดความรู้ความสามารถของเรียนได้อย่างแท้เพราะอาจารย์ผู้สอน ผู้ออกปัญหา และผู้ตรวจต่างองค์กัน ต่างคนต่างตรวจตามความคิดเห็นของแต่ละองค์ จึงหามาตรฐานได้ยาก ดังนั้น นักเรียนจึงจำเป็นต้องเรียนแบบสอบได้ไว้ก่อนแลวค่อยหาความรู้เอาทีหลัง เพราะเหตุนี้แล การเรียนการสอนของคณะสงฆ์จึงล้าหลังขาดประสิทธิภาพอย่างสิ้นเชิงละตรับท่าน
แสดงความคิดเห็น