"อนุพงษ์" โต้หมิ่นพุทธ! วาดภิกษุสันดานกา "ดร.วิจิตร" จี้ขอคำตอบจาก ม.ศิลปากร

"อนุพงษ์ จันทร" ศิลปินเจ้าของภาพ "ภิกษุสันดานกา" ยันไม่มีเจตนาลบหลู่ศาสนา ระบุเป็นงานศิลปะเชิงพุทธ มุ่งสะท้อนเรื่องบาปบุญคุณโทษ วิจารณ์มารศาสนาแอบแฝงมากับผ้าเหลือง ยันจะไม่ปลดภาพออกจะเปิดแสดงต่อไป รมว.วัฒนธรรม "ไขศรี ศรีอรุณ" ยื่นหนังสือติงม.ศิลปากรแล้ว ขณะที่ประชาชนแห่ชมภาพ "ภิกษุสันดานกา" ตลอดวัน เผยยังมีอีกภาพผลงานผู้เขียนคนเดียวกัน "หมา-นุษย์" เป็นรูปสุนัขตัวผู้-ตัวเมีย มีมือ-เท้าเหมือนมนุษย์ ตัวผู้ห่มจีวร โดนอีกาหลายตัวจิก

กรณีพระนิสิตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร.) และมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย (มมร.) นำโดย พระมหาโชว์ ทัสสนีโย รองผอ.สำนักส่งเสริมพระพุทธศาสนาและบริหารสังคม มจร.และพุทธศาสนิกชนประมาณ 100 คน ยื่นหนังสือเรียกร้องให้มหาวิทยาลัยศิลปากรระงับการแสดงภาพ "ภิกษุสันดานกา" ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศอันดับ 1 เหรียญทองประเภทจิตรกรรม จากการประกวดผลงานศิลปกรรมแห่งชาติครั้งที่ 53 ประจำปี 2550 ซึ่งเปิดแสดงอยู่ที่ศูนย์ศิลปวัฒนธรรมเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบพระชนมพรรษา มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์ จ.นครปฐม เนื่องจากเห็นว่าภาพดังกล่าวเป็นการลบหลู่พระภิกษุสงฆ์ และหากไม่มีการระงับการแสดงภาพดังกล่าว หรือดำเนินการใดๆ จะระดมพระสงฆ์และชาวพุทธทั่วประเทศมาชุมนุมประท้วงต่อไป ตามที่ข่าวสดเสนอไปแล้วนั้น

เมื่อวันที่ 26 ก.ย. คุณหญิงไขศรี ศรีอรุณ กล่าวว่า กลุ่มผู้ประท้วงมายื่นหนังสือต่อตนเองแล้ว โดยก่อนหน้านี้ พล.อ.ปรีชา โรจนเสน ประธานคณะกรรมาธิการศาสนา จริยธรรม ศิลปะและวัฒนธรรม สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ทำหนังสือมายังวธ.ให้ช่วยดูแลเรื่องภาพภิกษุสันดานกา โดยให้มีมติท้วงติง 4 ข้อ ได้แก่ 1.ขอคณะกรรมการทบทวนผลการตัดสิน 2.ขอให้นายอนุพงษ์ จันทร แสดงความรับผิดชอบ และหวังว่าจะไม่สร้างสรรค์ผลงานเช่นนี้อีก 3.ขอให้คณะกรรมการงดประชาสัมพันธ์ที่มีภาพดังกล่าวทุกรูปแบบ 4.ขอให้ข้อสังเกตแก่บรรดาศิลปิน ซึ่งมักสร้างผลงานกระทบกระเทือนดูหมิ่น ควรต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคมด้วย เพราะหากไม่ท้วงติงก็จะทำอะไรแบบไม่มีขอบเขต

คุณหญิงไขศรีกล่าวต่อว่า มอบหมายนายชาย นครชัย หัวหน้าสำนักงานรัฐมนตรี รักษาการแทนเลขานุการรมว.วัฒนธรรม ทำหนังสือพร้อมทั้งเอกสารการท้วงติงของคณะกรรมาธิการ ถึงมหาวิทยาลัยศิลปากรแล้ว เนื่องจากการตัดสินภาพประกวดผลงานศิลปกรรมแห่งชาติ ครั้งที่ 53 เป็นอำนาจของคณะกรรมการตัดสิน และการพิจารณาของมหาวิทยาลัยศิลปากร ทั้งหมด ซึ่งการจะยุติหรือถอดรางวัลภาพดังกล่าว ต้องให้คณะกรรมการเป็นผู้ตัดสิน วธ.ไม่มีส่วนเข้าไปเกี่ยวข้อง แต่สามารถรับเรื่องร้องเรียนเพื่อแจ้งม.ศิลปากรพิจารณาถึงความเหมาะสมและผล กระทบที่จะเกิดขึ้นต่อสังคม

"ถ้าพระสงฆ์จะมายื่นหนังสือดิฉันก็พร้อมรับเรื่องไว้ และจะส่งต่อให้มหาวิทยาลัยศิลปากร เป็นผู้พิจารณา อย่างไรก็ตามกระทรวงก็คงต้องทำหนังสือ ตอบกลับไปถึงพล.อ.ปรีชาด้วยว่า กระทรวงวัฒนธรรมไม่มีอำนาจสั่งการให้ยุติการนำเสนอภาพภิกษุสันดานกาได้ แต่ก็จะประสานไปยังมหาวิทยาลัยศิลปากร และคณะกรรมการตัดสินแล้วว่า ขณะนี้เกิดผลกระทบต่อสังคม โดยเฉพาะพระภิกษุสงฆ์ ซึ่งมองว่าภาพนี้ไม่เหมาะสมเป็นการลบหลู่พระพุทธศาสนา ดังนั้นทางคณะกรรมการควรจะดำเนินการอย่างไร เพื่อให้เกิดความเหมาะสมสังคมโดยภาพรวม" รมว.วัฒนธรรม กล่าว

นางจุฬารัตน์ บุณยากร ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กล่าวว่า สำนักพุทธฯทำหนังสือถึงนายวีระ โรจน์พจนรัตน์ ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม และมหาวิทยาลัยศิลปากร เนื่องจากเห็นว่าเป็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งขอให้พิจารณาแก้ไขให้เหมาะสม ทั้งนี้โดยส่วนตัวเห็นว่า พระสงฆ์เป็นผู้สืบทอดพระพุทธศาสนา เป็นผู้นำทางจิตวิญญาณของประชาชน ถึงแม้จะเป็นงานศิลปะ แต่ถ้าไม่เกิดให้ก่อความรู้ในทางที่ดี ส่งผลกระทบต่อจิตใจประชาชน พระสงฆ์ โดยภาพรวมถือว่าไม่เหมาะสม นอกจากนี้ จะรายงานมหาเถรสมาคม(มส.) ทราบเรื่องที่เกิดขึ้นด้วย ส่วนในมุมมองของกลุ่มศิลปินอาจจะมองว่า เป็นงานศิลปะ แต่ในขณะเดียวกันภาพรวมของสังคมอาจจะมองว่า ไม่เหมาะสมได้ ซึ่งความคิดเห็นของศิลปิน เป็นเพียงความคิดเห็นส่วนตัวเท่านั้น แต่อยากให้คิดถึงภาพรวมของสังคมด้วย โดยเฉพาะพระสงฆ์

นายอนุพงษ์ จันทร ศิลปินเจ้าของภาพภิกษุสันดานกา เปิดเผยว่า ภายหลังจากมีกระแสกรณีภาพวาดของตนออกมา ปรากฏว่ามีทั้งด้านบวกและด้านลบ ถือเป็นเรื่องปกติของการทำงานศิลปะ ที่อาจจะมีคนมองต่างมุมกับผู้ผลิตงานออกมา แต่ขอยืนยันว่าการสร้างผลงานชิ้นดังกล่าวออกมามิได้มีเจตนาลบหลู่พระพุทธศาสนา ถือเป็นงานศิลปะในเชิงพุทธ ก่อนหน้านี้ตนเคยสร้างผลงานศิลปะในเชิงพุทธออกมามากมาย เพียงแต่ภาพที่สื่อออกมาไม่ได้เกิดกระแสต่อต้านเช่นนี้ ทั้งนี้ภาพภิกษุสันดานกา เป็นผลงานที่ต้องการสะท้อนให้เห็นถึงเรื่องบาปบุญคุณโทษ ได้ใช้เวลาศึกษางานจากการพระไตรปิฎกแต่ละบท เพื่อค้นหาแรงบันดาลใจสร้างผลงานออกมา ตนใช้เวลานานทีเดียวกว่าจะทำงานชิ้นนี้สำเร็จ

นายอนุพงษ์ ย้ำว่า ภาพดังกล่าว เปรียบเทียบกับมารศาสนาที่แอบแฝงมากับผ้าเหลือง เปรียบเทียบอีกาเป็นสัญลักษณ์กับสิ่งชั่วร้าย อย่างไรก็ตาม ขอยืนยันเจตนารมณ์จัดแสดงผลงานภาพภิกษุสันดานกาต่อไป โดยไม่ขอยกเลิก

"ผมเชื่อว่าพระภิกษุที่ดีน่าเลื่อมใสศรัทธาในสังคมไทยยังมีอยู่มากมายหลาย รูป แต่ยังมีคนบางกลุ่มที่อาศัยผ้าเหลืองแอบแฝงหาประโยชน์ มั่วสีกา ดื่มสุรา เล่นการพนัน ที่ผมต้องการสื่อจากงานศิลปะของผมคือ อยากให้สังคมตระหนักถึงคนกลุ่มนี้ที่มาแอบแฝงเป็นเหลือบมารศาสนา ซึ่งได้สะท้อนออกมาเป็นคนที่มีปากเป็นอีกา นุ่งห่มผ้าเหลือง ยอมรับว่าภาพที่มาดูรุนแรง คนที่ไม่เข้าใจจะหาว่าผมลบหลู่สถาบันสงฆ์ ซึ่งมิใช่เลย ผมนับถือศาสนาพุทธ และภาพที่ออกมา ผมถือว่าเป็นการปกป้องพระพุทธศาสนา เป็นการเตือนให้ชาวพุทธได้เห็นว่าในสังคมไทยยังมีพวกมารศาสนาแอบแฝงมากับ ผ้าเหลืองอยู่อีก ขอให้เราช่วยเป็นหูเป็นตาปกป้องคุ้มครองศาสนาด้วย" นายอนุพงษ์กล่าว

นายวิจิตร ศรีสอ้าน รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า คงต้องแยกกันระหว่างการประกวดภาพ และการเผยแพร่ เพราะไม่ใช่ว่าพระไม่เห็นด้วยกับภาพนั้นในเชิงของการวาดภาพ และการให้รางวัล แต่เข้าใจว่ามาประท้วงเพราะภาพนั้นสื่อความหมายไปในทางที่ทำให้เสียหายต่อ วงการสงฆ์ อย่างไรก็ตามการที่นำภาพออกมาเผยแพร่ และภาพนั้นเกิดผลกระทบ กลุ่มที่ได้รับผลกระทบก็มีสิทธิ์ร้องเรียน ซึ่งพระออกมาร้องเรียนเพียงเพื่อไม่ให้แสดงภาพนี้เท่านั้น ดังนั้นจึงเป็นเรื่องของมหาวิทยาลัยศิลปากรต้องพิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป ตนรอฟังอยู่เช่นกัน

เวลา 14.30 น. ที่ศูนย์ศิลปวัฒนธรรมเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบพระชนมพรรษา มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์ จ.นครปฐม สถานที่จัดแสดงงานนิทรรศการแสดงศิลปกรรมแห่งชาติ ครั้งที่ 53 พบว่า ภาพ "ภิกษุสันดานกา" ยังคงติดแสดงอยู่ภายในห้องแสดงชั้นล่างของอาคาร ขณะผู้สื่อข่าวเข้าสำรวจว่ามีผู้เข้าชมประมาณ 6-7 คน สอบถามเจ้าหน้าที่ระบุว่า การแสดงภาพจะยังคงมีต่อไปจนครบกำหนดวันที่ 30 ก.ย. ซึ่งวันนี้ตั้งแต่เปิดให้เข้าชมมีผู้แวะเวียนมาเข้าชมรวมๆ ประมาณ 100 คน แต่ภาพที่ผู้ชมสนใจมากคือภาพภิกษุสันดานกาที่ตกเป็นข่าว

พระธนพันธ์ ฐิติสังวโร กับ พระสิวะ ชยเมโธ พระสายธรรมยุต จากวัดเสนหา อ.เมืองนครปฐม ซึ่งเข้ามาชมภาพภิกษุสันดานกา กล่าวว่า ไม่ควรที่สุด จริงอยู่อาจมีสงฆ์บางรูปทำตัวไม่ถูก แต่ชาวพุทธก็ไม่ควรแสดงออกด้วยภาพลักษณะนี้ ที่สำคัญผ้าที่ใช้เป็นพื้นของภาพวาด เป็นผ้าจีวรจริงๆ ไม่ควรอย่างยิ่ง ทำไมต้องแสดงออกในความคิดไม่ดีกับสงฆ์ด้วยภาพสงฆ์กับภาพภิกษุสันดานกา ทำไมไม่วาดภาพนักการเมืองสันดานกาบ้าง ผู้วาดภาพนี้อาจนับถือศาสนาพุทธ แต่คงรู้ไม่ถึงแก่น

ผู้ชมภาพอีกท่านหนึ่ง บอกว่า ทราบข่าวจากสื่อเลยอยากเห็น โดยเดินทางมาจากกทม. โดยส่วนตัวแล้วชอบงานด้านศิลปะ พอมาได้เห็นก็เข้าใจความรู้สึกและจินตนาการของผู้วาด แต่เมื่อมาเห็นแล้วยอมรับว่า ภาพนี้แรงไป สงฆ์ที่นุ่งห่มด้วยผ้าสีนี้จะรู้สึกอย่างไร

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากภาพภิกษุสันดานกา ที่จัดแสดงภาพวาดอีกภาพหนึ่งซึ่งแขวนโชว์อยู่ถัดไปจากภาพภิกษุสันดานกา มีภาพชื่อ "หมา-นุษย์" ผลงานคนเดียวกับผู้วาดภาพภิกษุสันดานกา โดยลักษณะของภาพใช้ผ้าพื้นจากผ้าจีวรเช่นเดียวกัน มีรูปสัตว์ 4 เท้า คล้ายสุนัขเพศเมียตัวหนึ่งที่ไม่มีเครื่องนุ่งห่ม มีนมเหมือนมนุษย์ กับภาพสุนัขเพศผู้อีกตัวหนึ่ง โดยภาพสุนัขตัวผู้ตามผิวตัวจะมีลายสักลายเดียวกันกับผิวหนังของภาพภิกษุ สันดานกา เท้าหลัง-เท้าหน้าเป็นเท้าและมือมนุษย์ ที่ลำตัวมีจีวรห่มพันกาย และมีภาพของนกกาหลายตัวเกาะจิกกินอาหารอยู่บนตัวสุนัขทั้งสอง

ที่มา:
มติชน

คนที่เรียนศิลปะสำนักนี้ ก็มักแสดงผลงานที่นำเสนอแต่ด้านลบ มองบ้านเกิดเมืองนอนในแง่ร้ายตลอด อ้างแต่คำว่า"สะท้อนสังคมๆๆๆๆ"โดยไม่เคยมี ไม่เคยเรียนรู้ญาณวิทยา"ศิลปะ ๑๘ ประการ" อันเป็นภูมิปัญญาของบรรพชน แล้วคนวาดกับกรรมการก็เรียนมาจากสำนักเดียวกัน ให้รางวัลแต่พวกเดียวกัน คลั่งสถาบัน สถาบันที่บูชาอาจารย์ชาวต่างชาติเป็นเทพเจ้า? พระสงฆ์ทั่วประเทศเป็นองค์สามของรัตนตรัย เป็นหนึ่งในสถาบันหลักของชาติ หากคนกลุ่มนี้ยกย่องชื่นชมกันเองที่จาบจ้วงสถาบันหนึ่งได้แล้วต่อไปคงมีการจาบจ้วงสถาบันทั้งสาม เพราะพวกนี้ถนัดลัทธิเอาอย่างเสมอมา ตั้งแต่ ยุคตังเก ยุคเปลือย ยุคมืด ยุคเขี้ยวงา ยุคสวรรค์โคมเขียว นำคลำ ทำแท้ง แล้วมายุคด่าคน ด่าพระ ทั้งที่ตนเองปลูกข้าวกินเองไม่เป็น ไปจาบจ้วงพระสงฆ์ที่ชาวบ้านผู้ปลูกข้าวให้กินกราบไหว้บูชา ถือว่าเนรคุณ

ผมไม่เห็นด้วยกับการกระทำอย่างนี้เพราะมัน อาจเป็นเหตุนำไปสู่ความเสือมเสียกับพระพุทธศาสนาในอนาคตได้เหมือนกัน เพราะภาพนั้นเป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสม เพราะพระสงฆ์ที่เป้นผู้ปฏิบัติดี/ชอบก็มีอยู่มากมาย แต่ว่าภาพนั้นมันจะเป็นการใส่ร้ายป้ายสีให้กับพระสงฆ์ทั้งหมด เพราะมันไม่บอกว่าเป็นภาพคนนั้นคนนี้ แต่สังคมทั่วไปจะมองดังที่ผู้สร้างคิดหรือไม่ ดังนั้น ผมว่าชาวพุทธทุกวันนี้ไม่ชาวพุทธที่เข้าใจหลักการทางพระพุทธศาสนาดีพอ

แสดงความคิดเห็น