จากกรณี พระเกษม อาจิณณสีโล สมภารแห่งที่พักสงฆ์สามแยก ต.วังกวาง อ.น้ำหนาว จ.เพชรบูรณ์ สร้างพฤติกรรมห้ามชาวบ้านกราบไหว้พระพุทธรูปอ้างเป็นเพียงวัตถุ ไม่ใช่ตัวแทนพระพุทธเจ้า โดยให้เหตุผลว่าเป็นการสอนตามพระไตรปิฎกไม่ให้ติดยึดกับวัตถุ กระทั่งเจ้าคณะจังหวัดฝ่ายธรรมยุตสั่งให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงนั้น
ต่อ มาเมื่อเช้าวันที่ 28 ก.ค. นายสอาด สิงห์งาม นอภ.น้ำหนาว จ.เพชรบูรณ์ มอบหมายให้นายธรรมนูญ เตยพุทรา ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคงนำกำลัง อส. 5 คน เข้าไปสังเกตการณ์ภายในที่พักสงฆ์สามแยก พบภายในวัดมีกลุ่มชายฉกรรจ์ ประมาณ 20 คนคอยเดินตรวจตราคนที่เข้าออกบริเวณที่พักสงฆ์ พร้อมห้ามเจ้าหน้าที่ที่เข้าไปตรวจสอบถ่ายรูปภายในที่พักสงฆ์อย่างเด็ดขาด
ขณะเดียวกัน พระครูวิชัยพัชรกิจ เจ้าคณะตำบลหลักด่าน สายธรรมยุต อ.หล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์ ซึ่งดูแลที่พักสงฆ์สามแยก พร้อมคณะประกอบด้วย พระเลขาของพระวิสุทธินายก เจ้าคณะจังหวัดเพชรบูรณ์ฝ่ายธรรมยุต พระเลขาเจ้าคณะอำเภอน้ำหนาว เจ้าหน้าที่สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดเพชรบูรณ์ และนายปรีชา เทพแก้ว ผอ. สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเพชรบูรณ์ ได้นำหนังสือคำสั่งของพระวิสุทธินายก เจ้าคณะจังหวัดเพชรบูรณ์ฝ่ายธรรมยุต มาแจ้งให้พระเกษมทราบและให้ระงับการกระทำที่ไม่เหมาะสม
ทั้ง นี้ในหนังสือคำสั่งระบุว่า กรณีที่นำแผ่นป้ายข้อความวางที่ฐานพระพุทธรูป และเผยแผ่คำสอนลักษณะที่ไม่เหมาะสมและขัดต่อความรู้สึกอันดี และหลักการปฏิบัติตนตามหลักศาสนพิธีของพุทธศาสนิกชนโดยทั่วไป อาศัยตามอำนาจตามกฎหมายเถรสมาคมว่าด้วยระเบียบการปกครองคณะสงฆ์ และโดยมติที่ประชุมคณะสงฆ์จังหวัดเพชรบูรณ์ (ธรรมยุต) จึงมีคำสั่งให้พระเกษม อาจิณณสีโล แห่งที่พักสงฆ์ป่าสามแยก ต.วังกวาง อ.น้ำหนาว จ.เพชรบูรณ์ ระงับการกระทำที่ไม่เหมาะสมดังนี้
1. ให้นำแผ่นป้ายข้อความที่ไม่เหมาะสมออกจากฐานพระพุทธรูปทันที
2. ให้ระงับการเผยแผ่คำสอนที่คลาดเคลื่อนจากหลักพระธรรมวินัย ทั้งทางเอกสารและแผ่นบันทึกภาพและเสียงและทางอินเตอร์เน็ตหรือการกระทำใดๆ ที่จะก่อให้เกิดความเสียหายต่อพระพุทธศาสนาโดยส่วนรวม
ทั้งนี้ให้พระเกษม อาจิณณสีโล ระงับการกระทำดังกล่าวตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป สั่ง ณ วันที่ 28 กรกฎาคม 2551 ลงชื่อ พระวิสุทธินายก เจ้าคณะจังหวัดเพชรบูรณ์ (ธรรมยุต)
ภายหลังได้รับคำสั่ง พระเกษมได้แจ้งแก่คณะสงฆ์ว่าไม่สามารถทำตามคำสั่งที่เจ้าคณะจังหวัดได้ ทั้งเรื่องนำแผ่นป้ายห้ามกราบพระพุทธรูปออกจากฐานพระหรือการหยุดเผยแผ่คำสอน และไม่หยุดการแจกจ่ายแผ่นพับหรือวีซีดีเด็ดขาด เพราะได้ทำสิ่งที่ถูกต้องตามพระไตรปิฎกทุกประการ จากนั้นคณะสงฆ์ได้เดินทางกลับ ระหว่างนั้นปลัดอำเภอน้ำหนาวได้ขอถ่ายภาพภายในที่พักสงฆ์ แต่ถูกกลุ่มชายฉกรรจ์ห้ามถ่ายรูปอย่างเด็ดขาด อ้างว่าเกรงจะนำภาพไปลงหนังสือพิมพ์หรือโทรทัศน์
นายปรีชา เทพแก้ว ผอ.สำนักงานวัฒนธรรมเพชรบูรณ์ กล่าวว่า หากพิจารณาดูป้ายที่ฐานพระนั้นที่กล่าวว่า "ทองเหลืองหล่อนี้ ไม่ใช่พุทธเจ้าแน่ ไม่ต้องกราบมัน" เป็นข้อความที่หมิ่นเหม่ไม่เหมาะสมแต่โดยส่วนตัวแล้วคิดว่ายังไม่น่าจะผิดกฎหมาย
ขณะ ที่ พ.ต.อ.สุนทร กมลพันธฤกษ์ รอง ผบก.ภ. จ.เพชรบูรณ์กล่าวว่า หลัง นสพ.ไทยรัฐ เสนอข่าวได้สั่งให้ พ.ต.อ.มาโนช อนันต์ฤทธิกุล ผกก.สภ.น้ำหนาว เข้าไปเก็บข้อมูลรายละเอียดไว้ทั้งหมดแล้ว สำหรับข้อความที่ระบุที่ฐานพระนั้นตามกฎหมายถือว่าเข้าข่ายดูหมิ่นเหยียด หยามพระพุทธศาสนา แต่ยังไม่สามารถดำเนินคดีได้เพราะยังไม่มีเจ้าทุกข์ หากหน่วยงานที่ดูแล อาทิ สำนักพุทธศาสนาจังหวัดหรือแม้แต่ประชาชนเพียง 1 คน เข้าแจ้งความร้องทุกข์ เจ้าหน้าที่ตำรวจก็สามารถดำเนินคดีได้ทันที และตามขั้นตอนของกฎหมายจะต้องออกหมายเรียกมาพบพนักงานสอบสวน หากมอบตัวก็จะปล่อยตัวชั่วคราวได้ หรือถ้าศาลออกหมายจับต้องตกเป็นผู้ต้องหาทันที และคงต้องทำการสึกออกจากความเป็นพระทันทีเช่นกัน
แสดงความคิดเห็น