ความไม่รู้ของพระในเรื่องศิลปะ
โดย นิวัต กองเพียร
ข่าวที่พระออกมาต่อต้านเรียกร้องให้ถอดถอนภาพเขียนออกจากงานแสดงศิลปกรรมแห่งชาติครั้งที่ 53 ที่แสดงอยู่ที่หอศิลป์มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตนครปฐม ซึ่งเป็นงานที่ได้รับรางวัลเหรียญทอง สาขาจิตรกรรม ถือเป็นรางวัลสูงสุด
ภาพเขียนชิ้นนี้ชื่อ ภิกษุสันดานกา เป็นฝีมือของนายอนุพงษ์ จันทร ซึ่งเขียนรูปนี้ด้วยเจตนาที่จะแสดงให้เห็นความเป็นไปของพระสงฆ์ไทยบางกลุ่มบางพวก โดยศึกษาหาข้อมูลอย่างรอบด้านกว้างขวาง เป็นวิทยานิพนธ์เล่มโต มิใช่เขียนขึ้นด้วยความคึกคะนอง
พระที่มาต่อต้านก็มิได้รู้เรื่องศิลปะ มิได้ศึกษาหาความรู้ว่างานที่ได้รางวัลระดับเหรียญทองนั้นต้องผ่านขั้นตอนที่ยากเข็ญเพียงไหน ต้องสั่งสมทั้งฝีมือและความคิดเพียงใด เพราะคณะกรรมการตัดสินรางวัลศิลปกรรมแห่งชาติ ล้วนแล้วแต่เป็นศิลปินระดับชาติทั้งสิ้น และมีความรู้ความเข้าใจ รู้เท่าทันและทำงานกันอย่างรอบคอบ กว่าจะให้รางวัลใครสักคน
ศิลปะเป็นเรื่องของการนำเสนอความคิดผ่านสื่อหลายรูปแบบทั้งจิตรกรรม ประติมากรรม ภาพพิมพ์ ฯลฯ ศิลปะมิใช่เพียงการวาดเขียนรูปภาพให้คนดู หากแต่ต้องใส่เนื้อหาเรื่องราวที่สามารถสร้างความประทับใจ สร้างจินตนาการ สร้างความคิดให้กับคนดู ศิลปะเป็นเรื่องของอารมณ์ความรู้สึกของศิลปินที่ได้รับผลกระทบมาจากเรื่องราวต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องคน พระ สัตว์ สิ่งของ
พระเองอยู่ในวัดซึ่งมีงานจิตรกรรมในโบสถ์วิหาร ก็ไม่เคยสนใจไยดีที่จะเรียนรู้ เข้าไปสวดมนต์ก็ไม่ดูรูปเขียนจิตรกรรมฝาผนังที่เขียนเรื่องราวของพระศาสนาไว้เต็มสี่ผนัง ซึ่งมีทั้งเรื่องราวของพระพุทธเจ้าว่าทรงสั่งสอนอะไร เรื่องของคนทั่วไปที่ทำผิดศีลผิดธรรมมากมาย เพื่อเป็นเครื่องเตือนใจพระ นรกสวรรค์ก็เขียนไว้หมด แต่พระก็ไม่รู้ไม่เห็นเรื่องเหล่านี้ โดยเฉพาะพระสมัยใหม่ที่ไปเดินเล่นอยู่แถวศูนย์การค้า
จิตรกรรมไทยที่เขียนบนฝาผนังมีเรื่องรุนแรงมากกว่ารูปที่ ภิกษุสันดานกา เป็นไหนๆ เคยรู้บ้างหรือเปล่า รูปเชิงสังวาสก็มีออกดาษดื่น ทำไมไม่ไปประท้วงให้ลบทิ้งเสียเล่า หรือเพราะไม่รู้ไม่เห็น ตุ๊กแก กบเสพสังวาสกันนะยังน้อย มีรูปคนสังวาสกันด้วยรู้บ้างหรือเปล่า
เจตนาเขาก็สอนพระนั่นแหละ แต่พระไม่รู้ไม่เรียน เอาแต่เรื่องทางโลก ไม่สนใจทางธรรม วัดตัวเองมีศิลปะที่งดงามและขัดเกลาจิตใจให้เบิกบานกลับไม่ดูแลไม่เห็น แต่ออกมายุ่งกับทางโลกที่เขามีเจตนาดีจะช่วยให้คนเข้าใจพระมากขึ้น ด้วยงานศิลปะที่ล้ำเลิศ เขาไม่ได้เขียนให้พระดู เขาเขียนให้คนทั่วไปได้ดูได้รู้ว่าพระก็ไม่ใช่ผู้วิเศษ ขาดหิริโอตตัปปะดังที่พระพุทธเจ้าท่านทรงยกเรื่องหมาขี้เรื้อนมาสอนเอาไว้ ขอให้พระกลับไปที่วัดและศึกษาเรื่องตัวเองให้ถ่องแท้ ก่อนที่จะออกมาคัดค้านหรือต่อต้านคนอื่น
ผมขอให้ทางมหาวิทยาลัยศิลปากร จัดการแสดงภาพนี้ต่อไปอย่าเอาลง และนำไปแสดงให้คนไทยได้เห็นทั้งประเทศ ว่าศิลปะนั้นมีความสำคัญต่อชีวิต
ที่มา : นสพ.มติชน 30 ก.ย.50
เรื่องนี้ ทั้งคนที่สนับสนุนและไม่สนับสนุน ต้องยอมรับด้วย
มันต้องมีทังดีและร้ายในสิ่งนี้
หรือพูดว่า มีทั้งสร้างสรรค์และทำลาย
พูดถึงสร้างสรรค์ เขาทำเพื่อให้พระสงฆ์ได้ตระหนักในความเป็นอยู่ในปัจจุบัน
ให้ประพฤติปฏิบัติตามธรรมวินัย อะไรทำนองนี้
พูดถึงทำลาย เขาเหมือนคนต่างศาสนา ที่เอาสิ่งไม่ดีส่วนน้อยมาแสดงมุมมองของพระสงฆ์ทั้งหมด
ศิลปะนั้นไม่ยากที่จะเข้าใจหรอกคุณ
เจตนาคนเขียนก็เช่นเดียวกัน
เราคิดดูสิว่า ขณะที่เขาเขียนนั้น จิตใจเขามีอารมณ์ร่วมเพื่อให้ภาพออกมาได้อารมณ์อย่างนี้
จิตใจคนวาดนั่นนะ
ขณะวาดนั่นน่ะ จิตมีกุศลด้วยศรัทธา หรือมีอกุศลเพื่อประณาม ภาพมันฟ้องอารมณ์ผู้เขียน
ลองเขียนถึงศาสนาอื่นดูบ้างนะ แถว ๆ ตะวันออกกลาง
จะได้รู้ว่าศิลปะสำคัญต่อชีวิตหรือชีวิตสำคัญ กว่าศิลปะ
ท่านยังนับถือพระสงฆ์อยู่หรือไม่
พระท่านใช้ที่ให้นำมาวาดรูปเช่นนี้หรือ
เห็นด้วยกับนิวัตน์ กองเพียรนะ
บรรดาพระเถระทั้งหลายลองมองมุมที่ชาวบ้านเค้ามองมาที่พระบ้างเถอะครับ
แสดงความคิดเห็น