ทำไมสิงห์ขโปรถึงรำรวยทางเศษฐกิจมากกว่าไทย
ดิฉันได้มีโอกาสเดินทางไปหลายประเทศ และได้มีโอกาสเรียนหนังสือใช้ชีวิตที่ต่างประเทศด้วย ได้เรียนรู้ผู้คนจากหลายประเทศหลายวัฒนธรรม รู้สึกภาคภูมิใจในความเป็นไทยมากที่สุด ภูมิใจและดีใจที่ชาตินี้ได้เกิดมาในดินแดนที่เหมาะสมกับการดำเนินชีวิตและดียิ่งทางด้านพัฒนาจิต ความรู้สึกนี้ยากที่จะอธิบายให้เพื่อนๆได้เข้าใจ หรือคนรุ่นใหม่ที่ซึมซับเอาความฟุ่มเฟือยในการดำเนินชีวิตไปเสียแล้ว ประเทศที่ร่ำรวยเหล่านั้น ลึกลงไปในจิตใจของผู้คนเมืองนั้น เค้ามีความอ้างว้าง และชีวิตเต็มไปด้วยการดิ้นรนต่อสู้เพื่อให้มีความเป็นอยู่ที่ดีในสังคม ชีวิตพวกเค้าผูกติดและยึดตรึงแน่นด้วยภาระมากมาย ที่ต้องเร่งขวนขวายเร่งทำงาน เพื่อผ่อนเบาภาระลง เป็นวงจรที่ต้องทำต่อเนื่อง ความสุขน้อยนิดคือการได้พักผ่อนหย่อนใจในสิ่งที่ชอบ เช่น เพลงเพราะๆ อาหารดีๆ ของใช้งามๆ สถานที่สวยๆให้ชื่นชม แล้วก็ต้องมุ่งทำงาน จุดหมายสูงสุดคือความร่ำรวยทางเศรษฐกิจนี่เอง น่าเศร้าใจที่นักการเมืองใหม่ ยึดแนวทางร่ำรวยนี้ แนวทางทุนนิยม ฟุ่มเฟือย บริโภคทรัพยากรที่มีให้มากที่สุด ที่สามารถผันเป็นความร่ำรวยมากที่สุด
คนสิงคโปร์หลายคนนัก ย้ายครอบครัวไปอยู่ประเทศอื่นที่มีความสมบูรณ์ทางด้านอื่นๆ ของชีวิตมากกว่า เพื่อชีวิตในอนาคตของบุตรหลาน
ความร่ำรวยทางเศรษฐกิจยิ่งมาก ความเป็นของเราของเขา ของใครของมันยิ่งมีมาก การค้ากำไร การเก็งกำไร การมองทุกมุมที่จะได้เปรียบทางการค้ายิ่งมีมาก สุดท้ายคำตอบที่น่าจะได้ คือการเบียดเบียนโลก เบียดเบียนทรัพยากร เบียดเบียนความปรองดองความเอื้อเฟื้อ เพื่อประโยชน์เฉพาะตนหรือกลุ่มตนเท่านั่น
ทำไมสิงคโปรถึงร่ำรวยทางเศรษฐกิจกว่าไทย กลับเป็นประโยคที่ดิฉันมองเห็นแต่แง่มุมลบ ที่ไม่พึงเสียเวลาค้นหาคำตอบ ทำไมไม่ค้นหาว่า ทำไมคนในประเทศนั้นประเทศนี้ถึงมีความเจริญทางด้านสังคม ทางด้านความเป็นอยู่ ที่ผู้คนมีความสงบทางใจ มีความเยือกเย็น ไม่เร่าร้อน ไม่ใช้อารมณ์ หรือแสดงความอยากได้ จนเกิดเป็นกรณีพิพาทกันบ้าง เกิดกรณีต่อรอง แย่งซื้อ แย่งอำนาจ หวังครอบครองความเป็นเจ้าของธุรกิจ และอีกมากมาย
ทำไมต้องแข่งขันที่เรียกกันว่าโลกาภิวัฒน์กับประเทศอื่นๆ ทางความร่ำรวย ที่เน้นด้านการส่งออกมากๆ ขายมากๆ เงินเข้าประเทศมากๆ อยากให้คิดว่าอะไรคือผลหรือสิ่งที่ต้องการหรือคำตอบของการแข่งกัน หากคำตอบคือเงิน สิ่งนี้คือที่สุดแล้วหรือยัง สุดท้ายเพราะเงินหรือไม่ที่ทำให้สังคมขาดความปรองดอง ขาดความรัก ความเอื้อเฟื้อ เน้นอย่างเดียวที่จะครอบครองสมบัติของตนให้มากเหนือกว่าคนอื่น ความสุขบนพื้นโคลนพื้นตรมที่ไม่แข็งแรง ไม่มั่นคง มีแต่จะยุบและจมลงไปในหลุมตรมนั้น
ความพอเพียง ที่ไม่ขาด ความพอดี ไม่มากเกิน ความพอมี ที่มีสุข น่าจะเป็นคำถาม ที่ต้องหาคำตอบให้เจอ
ปรารถนาดี
ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการตั้งค่ารูปแบบอินพุต
ดิฉันได้มีโอกาสเดินทางไปหลายประเทศ และได้มีโอกาสเรียนหนังสือใช้ชีวิตที่ต่างประเทศด้วย
ได้เรียนรู้ผู้คนจากหลายประเทศหลายวัฒนธรรม รู้สึกภาคภูมิใจในความเป็นไทยมากที่สุด
ภูมิใจและดีใจที่ชาตินี้ได้เกิดมาในดินแดนที่เหมาะสมกับการดำเนินชีวิตและดียิ่งทางด้านพัฒนาจิต
ความรู้สึกนี้ยากที่จะอธิบายให้เพื่อนๆได้เข้าใจ หรือคนรุ่นใหม่ที่ซึมซับเอาความฟุ่มเฟือยในการดำเนินชีวิตไปเสียแล้ว ประเทศที่ร่ำรวยเหล่านั้น ลึกลงไปในจิตใจของผู้คนเมืองนั้น เค้ามีความอ้างว้าง และชีวิตเต็มไปด้วยการดิ้นรนต่อสู้เพื่อให้มีความเป็นอยู่ที่ดีในสังคม ชีวิตพวกเค้าผูกติดและยึดตรึงแน่นด้วยภาระมากมาย ที่ต้องเร่งขวนขวายเร่งทำงาน เพื่อผ่อนเบาภาระลง เป็นวงจรที่ต้องทำต่อเนื่อง ความสุขน้อยนิดคือการได้พักผ่อนหย่อนใจในสิ่งที่ชอบ เช่น เพลงเพราะๆ อาหารดีๆ ของใช้งามๆ
สถานที่สวยๆให้ชื่นชม แล้วก็ต้องมุ่งทำงาน จุดหมายสูงสุดคือความร่ำรวยทางเศรษฐกิจนี่เอง
น่าเศร้าใจที่นักการเมืองใหม่ ยึดแนวทางร่ำรวยนี้ แนวทางทุนนิยม ฟุ่มเฟือย บริโภคทรัพยากรที่มีให้มากที่สุด ที่สามารถผันเป็นความร่ำรวยมากที่สุด
คนสิงคโปร์หลายคนนัก ย้ายครอบครัวไปอยู่ประเทศอื่นที่มีความสมบูรณ์ทางด้านอื่นๆ ของชีวิตมากกว่า เพื่อชีวิตในอนาคตของบุตรหลาน
ความร่ำรวยทางเศรษฐกิจยิ่งมาก ความเป็นของเราของเขา ของใครของมันยิ่งมีมาก การค้ากำไร การเก็งกำไร การมองทุกมุมที่จะได้เปรียบทางการค้ายิ่งมีมาก สุดท้ายคำตอบที่น่าจะได้ คือการเบียดเบียนโลก เบียดเบียนทรัพยากร เบียดเบียนความปรองดองความเอื้อเฟื้อ เพื่อประโยชน์เฉพาะตนหรือกลุ่มตนเท่านั่น
ทำไมสิงคโปรถึงร่ำรวยทางเศรษฐกิจกว่าไทย กลับเป็นประโยคที่ดิฉันมองเห็นแต่แง่มุมลบ ที่ไม่พึงเสียเวลาค้นหาคำตอบ ทำไมไม่ค้นหาว่า ทำไมคนในประเทศนั้นประเทศนี้ถึงมีความเจริญทางด้านสังคม ทางด้านความเป็นอยู่ ที่ผู้คนมีความสงบทางใจ มีความเยือกเย็น ไม่เร่าร้อน ไม่ใช้อารมณ์ หรือแสดงความอยากได้ จนเกิดเป็นกรณีพิพาทกันบ้าง เกิดกรณีต่อรอง แย่งซื้อ แย่งอำนาจ หวังครอบครองความเป็นเจ้าของธุรกิจ และอีกมากมาย
ทำไมต้องแข่งขันที่เรียกกันว่าโลกาภิวัฒน์กับประเทศอื่นๆ ทางความร่ำรวย ที่เน้นด้านการส่งออกมากๆ ขายมากๆ เงินเข้าประเทศมากๆ อยากให้คิดว่าอะไรคือผลหรือสิ่งที่ต้องการหรือคำตอบของการแข่งกัน หากคำตอบคือเงิน สิ่งนี้คือที่สุดแล้วหรือยัง สุดท้ายเพราะเงินหรือไม่ที่ทำให้สังคมขาดความปรองดอง ขาดความรัก ความเอื้อเฟื้อ เน้นอย่างเดียวที่จะครอบครองสมบัติของตนให้มากเหนือกว่าคนอื่น ความสุขบนพื้นโคลนพื้นตรมที่ไม่แข็งแรง ไม่มั่นคง มีแต่จะยุบและจมลงไปในหลุมตรมนั้น
ความพอเพียง ที่ไม่ขาด ความพอดี ไม่มากเกิน ความพอมี ที่มีสุข น่าจะเป็นคำถาม ที่ต้องหาคำตอบให้เจอ
ปรารถนาดี
แสดงความคิดเห็น