มส.เตือนชาวพุทธเลิกงมงายจม.ลูกโซ่

เมื่อวันที่ 17 ก.ค. พระธรรมกิตติเมธี โฆษกมหาเถรสมาคม เปิดเผยว่าได้รับแจ้งจากพุทธศาสนิกชนว่ามีการเผยแพร่ข้อความในลักษณะจดหมาย ลูกโซ่ พร้อมกับบทสวดเสริมดวงชะตาต่ออายุหรือบทคาถาบูชาดวงประจำวันเกิดทั้ง 7 วัน พิมพ์แจกเป็นเอกสาร รวมทั้งมีการเผยแพร่ส่งต่อกันในอินเตอร์เน็ตอย่างแพร่หลาย ให้มีการฟอร์เวิร์ดเมล์ส่งต่อไปให้คนอื่นอีก สำหรับคนที่ใช้จดหมายอิเล็กทรอนิกส์มักจะได้รับจดหมายลูกโซ่ในทำนองนี้เป็นประจำ บางคนเห็นว่าเป็นเรื่องงมงายก็ลบทิ้ง แต่บางคนเชื่อและเกิดความกลัวก็จะส่งต่อไปให้คนที่รู้จักกันต่อไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ในจดหมายมีข้อความเป็นเรื่องคล้ายกับนิทานว่า มีวัดแห่งหนึ่งในประเทศเนปาล มีหลวงพ่อรูปหนึ่ง ได้นั่งสมาธิสวดมนต์อยู่ในโบสถ์ในเวลานั้น มีงูตัวหนึ่งได้เลื้อยออกมา งูตัวนั้นได้กลายร่างเป็นมนุษย์ในรูปของพราหมณ์แล้วก็พูดกับหลวงพ่อรูปนั้น ว่า จะมาจุติบนโลก ปัดเป่าความชั่วร้าย และจงประกาศให้คนได้รู้กันว่า ใครนำเรื่องดังกล่าวไปพิมพ์แจก 1,000 ใบ ภายใน 15-30 วัน จะมีโชคลาภ มีความสุข คิดสิ่งใดสมปรารถนาทุกประการ แต่ถ้าผู้ใดคิดจะพิมพ์ผัดวันประกันพรุ่ง หรืออ่านแล้วฉีกทิ้ง จะประสบภัยพิบัติเกิดขึ้น

พระธรรมกิตติเมธี กล่าวต่อว่า อาตมาได้ทราบเรื่องและพิจารณาแล้วว่า เนื้อหาในเอกสารไม่มีแก่นสารหรือสอดคล้องกับหลักธรรมในพระพุทธศาสนาแต่อย่างใด จึงขอให้พุทธศาสนิกชนอย่าได้หลงเชื่อหรือเกรงกลัวต่อคำขู่ในเอกสารนี้ที่ กำลังระบาดไปตามวัดหลายแห่งทั่วประเทศ คล้ายกับจดหมายลูกโซ่ในอดีตที่แอบอ้างชื่อพระครูธรรมโชติที่ใครได้รับแล้ว ไม่ส่งต่อจะพบเจอแต่เรื่องร้ายๆ ทำให้ชาวพุทธบางคนกลัวมาก อาตมาขอยืนยันว่าเรื่องโชควาสนาหรือคราเคราะห์ของแต่ละบุคคล เกิดจากผลแห่งการกระทำ คนทุกคนมีโชคและเคราะห์สลับกันไป การให้กระทำสิ่งที่ขัดต่อหลักพระพุทธศาสนา ตรงนี้เราควรพิจารณาให้ถ่องแท้ด้วย อาทิ เนื้อหาในจดหมายมีการกล่าวอ้างถึงชาวนาที่พิมพ์เอกสารนี้แจก แล้วพบไหบรรจุเงินทอง แต่ไม่มีการระบุชื่อ-ที่อยู่ของชาวนาคนดังกล่าว ถ้าเรื่องดังกล่าวในเอกสารเป็นจริง คงตกเป็นข่าวใหญ่โตไปแล้วอย่างแน่นอน มีแต่การกล่าวอ้างลอย หรือแม้แต่ชื่อวัดแห่งนั้น อาตมาก็ไม่เคยได้ยินชื่อแต่อย่างใด

"การให้เราพิมพ์จดหมายแจกเป็นจำนวนมาก ถ้าเราคิดง่ายๆ ว่าแทนที่เราจะได้เงิน แต่เรากลับต้องเสียเงินพิมพ์แจกไปอย่างงมงาย สู้เก็บที่พิมพ์แจก ไปทำอย่างอื่นจะดีกว่า เอาไปกินข้าว ซื้อของ หรือทำบุญถวายพระก็ได้ ดังนั้น ถ้าใครที่พบเจอเอกสารนี้หรือพบข้อความในอินเตอร์เน็ต ขออย่าได้ให้ความสนใจหรือลบทิ้งข้อความไปจะดีกว่า ถ้าพบว่ามีเอกสารนี้วางอยู่ในวัดแห่งใด ขอให้พระหรือญาติโยมนำเก็บไปทิ้งด้วย" โฆษกมหาเถรสมาคมกล่าว

 

ที่มา:
ข่าวสด

     "จดหมายมีข้อความเป็นเรื่องคล้ายกับนิทานว่า มีวัดแห่งหนึ่งในประเทศเนปาล มีหลวงพ่อรูปหนึ่ง ได้นั่งสมาธิสวดมนต์อยู่ในโบสถ์ในเวลานั้น มีงูตัวหนึ่งได้เลื้อยออกมา งูตัวนั้นได้กลายร่างเป็นมนุษย์ในรูปของพราหมณ์แล้วก็พูดกับหลวงพ่อรูปนั้น ว่า จะมาจุติบนโลก ปัดเป่าความชั่วร้าย และจงประกาศให้คนได้รู้กันว่า ใครนำเรื่องดังกล่าวไปพิมพ์แจก 1,000 ใบ ภายใน 15-30 วัน จะมีโชคลาภ มีความสุข คิดสิ่งใดสมปรารถนาทุกประการ แต่ถ้าผู้ใดคิดจะพิมพ์ผัดวันประกันพรุ่ง หรืออ่านแล้วฉีกทิ้ง จะประสบภัยพิบัติเกิดขึ้น"
     พุทธศาสนิกชนคนไทยควรรู้จักตัวตนของพราหมณ์ กับพุทธ ให้ชัดเจน
     ตัวตน ของพราหมณ์ สูงสุดตั้งแต่ พระพรหม(ผู้สร้าง)  พระนารายณ์(ผู้รักษา)  พระอิศวร(ผู้ทำลาย)  ต่ำลงมาได้แก่เทวดาอีก๖ ชั้นและมนุษย์  ต่ำสุดได้แก่ สัตว์นรก  เปรต  อสูรกาย และเดรัจฉาน
     ประเภทกายหยาบได้แก่  มนุษย์ และเดรัจฉาน นอกนั้นเป็นกายละเอียด ต้องบำเพ็ญตบะ ตั้งแต่ฌาน๔ ถึงฌาน๘ (หูทิพย์-ตาทิพย์) จึงจะเข้าถึงกายละเอียดได้
    ตัวตนของพุทธ แยกได้ดังนี้
     ตัว คือรูปธรรม     ตน คือนามธรรม     การเข้าถึงธรรมะสูงสุดในพระพุทธศาสนาคือ การเข้าถึง"ไตรลักษณ์" ประกอบด้วย อนิจจัง  ทุกขัง   อนัตตา     อนัตตาหรือ ความไม่ใช่ตัวไม่ใช่ตน  ถือเป็นพระเอกของเรื่อง   ฉะนั้นเมื่อ ตัว หรือรูปธรรม ซึ่งประกอบด้วยดิน-น้ำ-ลม-ไฟ       และตน หรือนามธรรม ซึ่งประกอบด้วย เวทนา-สัญญา-สังขาร-วิญญาณ
     อนัตตาของตัวตน  ก็ต้องไม่มีตัวตน เราจะเรียก "สูญญัง" หรือ"สูญญตา"  คงไม่ผิดอะไร  คำว่า"นิพพาน" จึงมี ๒ ความหมายว่า  "นิพพานังปรมังสุขขัง= พระนิพพานเป็นสุขอย่างยิ่ง"   และ"นิพพานังปรมังสูญญัง= พระนิพพานเป็นความว่างอย่างยิ่ง"
     อุปมาปัญญาของพราหมณ์  คิดได้แค่ ว่าว เครื่องบิน เฮลิคอปเตอร์ บอลลูน หรือจรวด ซึ่งติดตรึงอยู่ภายใต้รัศมี และแรงโน้มถ่วงโลก      แต่ปัญญาของพุทธศาสนา คิดไปถึงยานอวกาศ ออกไปนอกโลก"โลกุตตร"  เน้นการพัฒนาจิตวิญญาณ ตั้งแต่"อวิชชา-บรมทุกข์" สู่"ปัญญา-บรมสุข" กันเลยทีเดียว
     ฉะนั้นจดหมายลูกโซ่  ซึ่งต้นฉบับบอกว่า"งูกลายเป็นพราหณ์" คำตอบจึงเฉลยมาแล้ว"ใครฉลาดกว่าใคร"  ใครอยากเป็นพราหมณ์ก็เขียนส่งต่อๆไป จะได้ร่ำได้รวยแบบพราหมณ์ๆ(บวงสรวงอ้อนวอน)  ใครเป็น"พุทธ" ก็อ่านและพิจารญาใคร่ครวญช้าๆ จนเห็นแจ้งว่า"อ๋อ มันเป็นเช่นนั้นเอง"  ก็"อวิชชาไตรลักษณ์"ไงลั่ะ  หมายความว่า  เป็นไตรลักษณ์ ที่มีลักษณะ"นิจจัง-สุขขัง-อัตตา"  เป็นไตรลักษณ์ที่ยังอยู่ในวังวนของวัฎฎสงสาร   ที่มีการเวียนตายเวียนเกิดไม่สิ้นสุด  จะพ้น"อวิชชาไตรลักษณ์"หรือ"ลูกโซ่ไตรลักณ์"ได้  ต้องเห็น"ไตรลักษณ์"ของจริง  ขอเรียกว่า"โลกีย์ไตรลักษณ์"ประกอบด้วย อนิจจัง-ทุกขัง-อนัตตา(ระดับปล่อยวาง หรือไม่ยึดมั่นถือมั่น)
     และชาวพุทธต้องก้าวให้ล่วงพ้น"โลกีย์ไตรลักษณ์" สู่"โลกุตตรไตรลักษณ์" ประกอบด้วย นิจจัง-สุขขัง-อนัตตา(ระดับสูญญัง หรือสูญญตา)  แม้ไม่ถึง จะเฉียดๆก็ยังดี

แสดงความคิดเห็น