วิถีพุทธเป็นวิธีต่อสู้กับความเครียดที่ดีที่สุด

หากการเดินทางแนวจิตวิญญาณเพื่อค้นหาความสามัคคีปรองดองและดุลยภาพมาเป็นเวลามากกว่า 20 ศตวรรษ ไม่สามารถโน้มน้าวจิตใจของคุณได้ละก้อ ขณะนี้ นักวิทยาศาสตร์พิสูจน์ได้แล้วว่า การทำสมาธิตามแบบพุทธสามารถผ่อนคลายความเครียดได้

คณะผู้วิจัยที่ มหาวิทยาลัยวิสคอนซิน ได้เฝ้าสังเกตการทำงาน ของสมองในอาสาสมัคร 25 คนที่สุ่มมา และสรุปว่าการทำสมาธิตามแบบพุทธลดความวิตกกังวลได้อย่างมาก และยังช่วยเพิ่มระดับของอารมณ์ในเชิงบวกได้อีกด้วย สมาชิกในกลุ่มเป็นผู้ที่ทำสมาธิเป็นเวลา 14 ชั่วโมง ในระยะเวลา 8 สัปดาห์

จากการทดลองในครั้งนี้ ได้แสดงถึงการเพิ่มขึ้นอย่างมากของระดับการทำงานของสมองส่วนนอกด้านหน้า
ซึ่งเป็นพื้นที่ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการอยู่ดีกินดีและความสุขมีเพียงปัญหาเดียวที่จะต้องแก้ไขในตอนนี้ก็
คือ การทำสมาธิรูปแบบใด ที่จะประสบความสำเร็จมากที่สุดในการต่อสู้กับสิ่งที่ผู้คนในประเทศสหราชอาณาจักร
เรียกกันว่าเป็น "ยุคของความเครียด"

คนทำงาน 9 ใน 10 คน อ้างว่าพวกเขาทนทุกข์ทรมานจากความเครียดและมีคนเกือบล้านคน
ที่พูดถึงความไม่มีศักยภาพเนื่องจากเกิดความตึงเครียดทางจิตใจ ในการทำสมาธิแบบทีเอ็ม
แสดงให้เห็นว่าสามารถลดระดับความดันเลือดได้ "การฝึกปฏิบัติแบบ เจริญสติ แบบพุทธ
ก็สามารถลดอาการของโรคทางจิตได้เช่นกันพระลามะ เยชี โลซัล รินโปเช่
ซึ่งเป็นผู้ฝึกสอนจากจิตวิญญาณชาวธิเบตว่าการทำสมาธิแบบพุทธทำให้เกิดผลในเชิงบวกมากที่สุด
และการทำสมาธิรูปแบบอื่น เช่น การทำโยคะที่ผู้ฝึกพยายามที่จะทำใจให้ว่างนั้น จะได้ผลน้อยกว่า

ท่านกล่าวว่า "การทำสมาธิในแบบพุทธแตกต่างจากการทำสมาธิแบบอื่นๆ เพราะการทำสมาธิแบบพุทธนี้จะชำระ สิ่งที่อยู่ในจิตใจ ที่เราเรียกมันว่าเป็นพิษทั้ง 5 ออก (นิวรณ์ 5 ) ไป ซึ่งก็หมายถึง กล่าวคือ ความปรารถนา การยึดติดกับวัตถุ ความหยิ่งยะโส ความอิจฉาริษยา และความโกรธ"

"การทำสมาธิรูปแบบอื่น เปรียบเสมือนเวลาที่คุณพบกับความสงบภายใน
แต่ไม่จัดการกับสาเหตุรากเหง้าแห่งการไม่มีความสุข โดยมันเป็นรูปแบบอื่นของสิ่งที่เรียกว่าเป็น การต่อสู้กับความเครียด ถึงแม้ว่าคาราเต้หรือการว่ายน้ำ จำเป็นจะต้องมีจิตใจที่กระฉับกระเฉง
เพื่อที่จะไม่ให้มีการเปลี่ยนแปลงพื้นฐานใด ๆ" ท่านลามะผู้ที่มีลูกศิษย์ เป็นจำนวนมากในสหราชอาณาจักร ลูกศิษย์เหล่านี้เป็นทั้งนายธนาคาร ทนายความ และข้าราชการ กล่าวว่าชาวอังกฤษมีชีวิตอยู่ในแง่ลบมากเกินไป

ท่านกล่าวว่า "โดยรูปธรรมนั้น มีคนเป็นจำนวนมากที่ไม่สามารถสนุกกับชีวิตของพวกเขาได้
เพราะพวกเขาไม่ทำอะไรเลยนอกจากนั่งอยู่หน้าจอโทรทัศน์"

"พวกเขาคิดถึงแต่อาชีพการงาน ที่มักจะต้องมีทักษะซ้ำๆ จนพวกเขาสูญเสียแรงจูงใจที่มีต่อทุกสิ่งทุกอย่าง คนเป็นจำนวนมากในสหราชอาณาจักร เป็นผู้ที่มองโลกในแง่ร้ายและมีความสุขมากในการตัดสินผู้อื่นรวมทั้งตัดสินตัวเองด้วย พวกเขาอยู่เฉยๆ ไม่ทำอะไรและไม่รู้ว่า จะทำตัวให้มองโลกในแง่ดี ได้อย่างไร"

"ในพุทธศาสนา คุณจะเรียนรู้ที่จะใช้สมาธิเป็นเป้าหมาย คุณจำเป็นจะต้องค้นหาพิษที่มีอยู่ในตัวคุณและเปลี่ยนมันให้กลับมีผลในเชิงบวกให้ได้"

ท่านลามะได้มาที่ประเทศสหราชอาณาจักรในทศวรรษที่ 1960
และปัจจุบันเป็นเจ้าอาวาสของวัด Kagyu Samye Ling ในประเทศสกอตแลนด์ท่านเป็นอาจารย์ ฝึกทำสมาธิ และชำนาญในเรื่องของการนำสมาธิมาใช้ในชีวิตประจำวัน พระลามะ หรือ อาจารย์ชาวพุทธหลายท่าน ได้แนะนำให้ทำสมาธิในช่วงเช้าเป็นเวลา15 นาทีทุกวัน ในท่าของ "การวางท่าแบบ 7 จุด"
ซึ่งทำได้โดยการนั่งขัดสมาธิบนพื้น หรือนั่งบนเก้าอี้ การเพ่งสมาธิจะเคลื่อนจากที่นั่งไปยังดวงตา กระดูกสันหลังไหล่ ด้านหลังของลำคอ ปาก และไปยังลิ้น

"นั่งลงและจัดลำดับว่าคุณต้องการสิ่งใดจากชีวิตเป็นลำดับแรก และพยายามพุ่งเป้าหมายไปที่จุดที่อ่อนที่สุดใน ชีวิตของคุณ"

เมื่อมากล่าวถึงศาสนาพุทธของธิเบต ย้อนกลับไปที่ ปีค.ศ. 173 พระไตรปิฎกได้ถูกอัญเชิญจากประเทศอินเดีย
มายังธิเบตตอนใต้ในช่วงสมัยของพระเจ้าโธทอริ นยันทเสน กษัตริย์องค์ที่ 28 ของธิเบต ปัจจุบัน
มีผู้นับถือศาสนาพุทธ 152,000 คนในประเทศสหราชอาณาจักร การกำจัดความเกลียดชัง ความละโมบ และความเขลา คือ แก่นแท้ของศรัทธาแห่งพุทธ

ท่านลามะซางมูเป็นลามะหญิงชาวตะวันตกคนแรก
ในประเทศสหราชอาณาจักร ท่าน เป็นผู้นำทางจิต วิญญาณ ของศูนย์ชาวพุทธธิเบตในกรุงลอนดอน
ท่านกล่าวว่า "การทำสมาธิเป็นเรื่องเกี่ยวกับปัจจุบัน และเป็นการเรียนรู้ที่จะอยู่ในช่วงเวลานั้นอย่างเต็มที่ๆสุด"

"ความพิเศษของศาสนาพุทธ ก็ คือ คุณสามารถนำศาสนาพุทธมาใช้ในชีวิตประจำวันได้ ซึ่งต่างจากอาการสงบนิ่งที่เกิดจากการฝึกโยคะหรือการฝังเข็ม"

การรักษาโดยการทำสมาธิ การสวดไม่ค่อยจะเป็นที่ชื่นชอบมากนัก จนกระทั่งเมื่อเร็วๆ นี้ ในห้องฝึกโยคะ มีกลุ่มผู้นิยมการสวดซึ่งกระตือรือร้นที่จะ "ปล่อยออกมาทั้งหมด" เชื่อว่า
เสียงสวดทำให้เกิดผลที่สามารถรักษาระบบประสาทได้ เสียงสวดมี 2 ชนิดสำคัญ คือ

แบบเกรโกเรียน (Gregorian) และแบบ overtone มักจะได้ยินคำว่า"โอม" น้อยมากในห้อง
เพราะมันเป็นคำของคนสันโดษ และหวังจะจากโลกนี้ไป

รูปแบบที่ขัดแย้งที่สุดก็ยังคงเป็นแบบที่เกี่ยวกับวัยเด็กภายหลังจากที่เกิดออกมา
ซึ่งวิธีนี้ถูกนำมาเสนอโดย Maharishi Mahesh Yogi ในปี 1959 แต่มีคนมากกว่า 4 ล้านคน
ที่รวมถึงวงเดอะบีทเทิลส์ คลิ้น อีสวูท และผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์ เดวิด ลีนส์
ที่พยายามค้นหานิพพานกันอย่างกระตือรือร้น

การทำสมาธิแบบทีเอ็ม (Transcendental meditation )ประกอบด้วย
การท่องคำสวดภาษาสันสกฤต ซึ่งเป็นคำหรือวลีสั้นๆ ที่กล่าวกันว่าได้ผลอย่างแท้จริงและ
ทำให้ระดับของสติลึกลงในขณะที่ร่างกายยังคงตื่นตัว ผลกระทบที่อาจเป็นอันตรายก็คือ ตะคริว และอาการรู้สึกไม่ยินดียินร้าย

การทำสมาธิแบบเจริญสติ ผู้ฝึกปฏิบัติสติปัฎฐานสี่ หรือ การทำวิปัสสนา หรือ การเพ่งสมาธิแบบลึก (insight meditation) จะต้องมุ่งเน้นในรายละเอียด ผู้ที่พยายามทำวิปัสสนา ควรจะพยายามรู้ถึงความคิดของตนเอง เสียง กลิ่น และความรู้สึก ในขณะนั้นด้วย ผู้ที่ฝึกการทำสมาธิแบบเจริญสติปัฎฐานสี่ จะนั่งเงียบๆ และพยายามที่จะ
เป็น "ประจักษ์พยาน" ในสิ่งใดๆ ก็ตามที่ผ่านเข้ามาในจิตใจ แต่ไม่ไปโต้ตอบหรือเข้าไปเกี่ยวข้องกับความคิด ความทรงจำ ความวิตกกังวล หรือมโนภาพต่างๆ การเพ่งลมหายใจและความอดทนมักจะเป็นองค์ประกอบหลักในการทำสมาธิในรูปแบบนี้

การเพ่งแบบโยคะ ผู้ฝึกมักจะเลือกเน้นไปที่การ "เพ่ง" เทียนไข
แต่วัตถุอื่นที่มีคุณสมบัติใกล้เคียงกันก็อาจนำมาใช้ได้ วางเทียนไขห่างประมาณช่วงแขน
ในระดับตาผู้ฝึก จะเพ่งมองเทียนไขเป็นเวลาหลายนาที จากนั้น ก็จะหลับตาลง
และผู้ฝึกจะพยายามเพ่งภาพเทียนไขที่อยู่ในจิตสำนึกแทน

แปลและเรียบเรียงจากข่าว Buddha's way is the best to combat stress ,
The Dhamma Times, 9 April 2004
โดย สเตฟานี มาร์ช แปลโดย ปิยะนุช

http://board.palungjit.com/showthread.php?t=134473

     โดยภาพรวมของกระทู้นี้  เห็นว่าชาวต่างชาติที่มิได้นับถือพุทธโดยตรง  แต่เป็นนักวิเคราะห์วิจัยทางจิตวิญญาณ  ยังมองว่าวิถีพุทธ เป็นกระบวนการ"คลายเครียด"  ได้มากกว่าวิถีใดๆ
     ผิดกับคนพุทธเอง ที่มองพุทธศาสนา ไปในมุมมอง"น่าเบื่อหน่าย" ทำอย่างไรจะวิปัสสนา เพื่อความพ้นทุกข์  ซึ่งคำตอบสุดท้าย  "นิพพาน คือตายแล้วไม่เกิดอีก"  ยังไม่มีผู้รู้ ทั้งพระ-ฆราวาส ที่มีชื่อเสียงหรือพูดแล้วคนทั้งประเทศต้องฟัง  ว่าสุดยอดพุทธศาสนา ที่พวกเราคนทย นับถืออยู่นี้ จะเข้าใจ-เข้าถึง  และนำไปพัฒนาเพื่อ ประโยชน์ตน  ประโยชน์ท่านอย่างไร
     เสียดายคติพุทธ ที่ว่า พุทธศาสนาเป็นศาสนาแห่ง"ปัญญา"  และเป็น"อเทวนิยม"  ผู้สอนติดสอนแค่เรื่อง นรก-สวรรค์-ชาตินี้-ชาติหน้า-ทำบุญมากๆ ตายแล้วจะได้บังเกิดในสวรรค์    ยังไม่มีคำสอนเพื่อพัฒนาสติปัญญาให้เป็นฝ่ายรุก" ได้เลย  มีแต่สอนให้"ตั้งรับ" ลูกเดียว  แล้วคนไทยจะไปสู้รบกับใครไหว
     วันนี้ ศุกร์ ๒๐๑๓๐๐ มิ.ย. ๕๑  วันดีเดย์ของฝ่ายพันธมิตร ซึ่งมีกองทัพธรรมของ"สันติอโศก-พล.ต.จำลอง"เป็นกองหนุน ยกกำลังห้ำหั่นกับรัฐบาล  มองอย่างไรก็หาความเป็น"พุทธ" ไม่ได้สักฝ่าย  อย่างนี้กระมัง  ที่พุทธภาษิตกล่าวว่า  คนที่ปราศจากศาสนา ขาดศีลธรรม ขาดคุณธรรม จะมีลักษณะ เป็นคน "กิเลสหนา-ปัญญาหยาบ"  เหมือนเสือ๒ ตัว อยู่ถ้ำเดียวกัน ต้องแย่งชิงความเป็นใหญ่  จะถูก-ผิด อย่างไร ขอให้มีพรรคพวกมากๆเข้าไว้  ใครแข็งแรงกว่า ฉลาดกว่า เล่ห์เหลี่ยมมากกว่า ก็ชนะไป  แล้วก็รอท้าชิงรายต่อไป  เวียนว่ายตายเกิดในวัฎฎสงสารนี้และ
     นักวิเคราะห์ต่างชาติเข้าใจถูกต้องมากเลย  ที่ว่า  สมาธิ เป็นการ"คลายเครียด"ระดับหนึ่ง ที่เขาเรียกถูกต้องว่า "นิวรณ์๕" แต่พอถึงวิปัสสนา เขาเข้าใจเพียง เพ่งลมหายใจ กับความอดทน คือหลักการของวิปัสสนา  ถ้าความหมายเพียงเท่านี้ ไม่ควรได้ชื่อวิปัสสนา เป็นได้เพียง สมาธิธรรมดา เท่านั้น
     วิปัสสนาเป็นการต่อยอด สมาธิ ซึ่งสมาธิมีผลเพียง ความสงบกาย-ใจ เท่านั้น นักวิปัสสนานำผลจากสมาธิ ระดับ"ขณิกสมาธิ" มาพิจารณาสติปัฏฐาน๔ มี กาย-เวทนา-จิต-ธรรม  บ่อยๆเนืองๆ อย่างต่อเนื่อง ด้วยการบริหารเวลาอย่างชาญฉลาดทุกๆวัน   จนเกิดความชำนาญ ก็จะนำไตรลักษณ์ มาเข้าขบวนการนี้  จนเห็นแจ้ง ในไตรลักษณ์ เป็นการพิสูจน์ การค้นพบ"อมตะวิชชา" ที่พระพุทธองค์ทรงค้นพบ ว่าไตรลักษณ์ มีจริง เป็นจริง ด้วย"ตาใน"ของตนๆ  เรียกว่าได้"ดวงตาเห็นธรรม"  ๆระดับผู้ครองเรือน สามารถลดความเห็นแก่ตัว ภาษาธรรมะเรียก "สักกายทิฎฐิ" หรือภาษาชาวบ้านเรียก "เอาชนะใจตนเอง" นอกจากนั้นจะได้"ความเชื่อ"ที่ถูกต้อง  และความไม่"สุดโต่ง"ในสิ่งที่ยึดถือแต่เดิม นี้เป็นเหตุ  ผลคือ "การบรรเทาเบาบาง ของกิเลสไม่ว่า โลภ-โกรธ-หลง"  อยู่ในระดับนัก"อริยะบริหาร" มีคุณประโยชน์ต่อบ้านเมืองไม่มีประมาณ
     ฉะนั้น"ความเครียด" ซึ่งเป็น"ไฮไลท์" ของกระทู้นี้  เป็นเพียงเศษเสี้ยวเดียว ของ วิปัสสนากรรมฐาน  คนไทยควรภูมิใจ  ที่นักวิจัยต่างชาติยกย่องว่า  สมาธิ-วิปัสสนา ของพุทธ เมื่อเทียบกับ สมาธิแนวอื่นๆ แล้ว  ของพุทธ กินขาด  เราชาวพุทธไทย สมควรยกระดับจากมัธยม(พราหมณ์-ฌาน/อรูปฌาน-โลกีย์ปัญญา) สู่อุดมศึกษา (พุทธ-วิปัสสนา-โลกุตตรปัญญา)เสียที  เพื่อเยาวชนไทยรุ่นใหม่ รู้ทันโลกาภิวัฒน์ และเป็นฝ่าย"รุก" ยืนอยู่บนโลกอย่างทรนง ได้

แสดงความคิดเห็น