ประชุมธนาคารอิสลามเพื่อการพัฒนา (ไอดีบี) ปีนี้ย้ำสู้วิกฤตอาหาร ซาอุดีอารเบียนำขยายลงทุนภาคเกษตรทั่วโลก
เจดดะ -- คัลลีจ ไทม์ ออนไลน์ รายงานเมื่อวันศุกร์ (6 มิ.ย.) ที่ผ่านมาว่า การประชุมประจำปีครั้งที่ 33 ของคณะกรรมการอำนวยการบริหาร (BOG) ธนาคารอิสลามเพื่อการพัฒนา หรือ ไอดีบี (IDB) ณ นครเจดดะห์ ประเทศซาอุดิอารเบีย ระหว่างวันที่ 3-5 มิถุนายน ศกนี้เสร็จสิ้นลงแล้ว คณะกรรมการอำนวยการบริหารมีมติอนุมัติเม็ดเงินจำนวน 1.5 พันล้านเหรียญสหรัฐ ภายใต้ 'คำประกาศเจดดะห์' (Jeddah Declaration) เพื่อมอบให้กับ 26 ประเทศมุสลิมที่พัฒนาต่ำสุด หรือกลุ่มแอลดีเอ็มซี (LDMC) เพื่อให้ประเทศเหล่านั้นใช้ในการเอาชนะวิกฤตการณ์อาหาร ซึ่งกำลังเกิดขึ้นทั่วโลก
ทั้งนี้จากการให้สัมภาษณ์ของ ดร.อาหมัด อาลี ประธานไอดีบีแก่ผู้สื่อข่าว
ในการแถลงต่อผู้สื่อข่าว นายอาหมัด บิน มูฮัมหมัด อัลคาลีฟะห์ ประธานที่ประชุมคณะกรรมการอำนวยการบริหาร (BOG) ซึ่งเป็นรัฐมนตรีกระทรวงการคลังของประเทศบาห์เรนกล่าวว่า การประชุมประสบความสำเร็จด้วยดียิ่งในทุกๆ ด้าน
สำหรับกลุ่มประเทศมุสลิมพัฒนาน้อยที่สุด (แอลดีเอ็มซี) ประกอบด้วย 26 ประเทศ ส่วนใหญ่อยู่ในทวีปอาฟริกา เอเชียและตะวันออกกลางได้แก่ บูรกีนีฟาโซ คาเมรูน ชาด หมู่เกาะโคโมโรส จีบูตี แกมเบีย กินี กินี-บิสเซา มาลี มอริตาเนีย โมซัมบิก ไนเจอร์ เซเนกัล เซียราลีโอน โซมาเลีย ซูดาน โตโก อูกานดา เบนิน อัฟกานิสถาน บังคลาเทศ มัลดิฟ ทาจิกิสถาน คีร์กีสถาน ปาเลสไตน์ และเยเมน
เชคอาลีกล่าวเพิ่มเติมว่า ประเทศเหล่านี้ได้รับผลกระทบจากวิกฤตอาหารมากกว่าประเทศอื่นๆ และว่าเงินที่ให้นี้เป็นก้อนแรกเท่านั้น แต่จะได้รับเพิ่มอีกเท่าตัว เนื่องจากแต่ละประเทศต้องการความช่วยเหลือระยะยาวเพื่อแก้ปัญหาให้ได้จริงๆ
โครงการดังกล่าวของไอดีบีมีความสำคัญอย่างยิ่งยวด เนื่องจากประเทศมุสลิมหลายประเทศซึ่งอยู่ในทวีปอาฟริกา ประสบปัญหาอย่างหนักจากวิกฤตอาหาร อันเป็นผลจากการขึ้นราคาของสินค้าอุปโภคและบริโภค รวมทั้งข้าวและอาหารชนิดอื่นๆ ภายใต้โครงการ 5 ปีไอดีบีกำหนดจะให้เงินกู้เพื่อช่วยเหลือประเทศสมาชิก ในการเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร รวมทั้งการเพิ่มปริมาณสต็อกอาหารอย่างเพียงพอในประเทศเหล่านั้นด้วย
เขากล่าวเพิ่มเติมว่า โครงการดังกล่าวสามารถทำได้ทันทีด้วยความร่วมมือระหว่างประเทศสมาชิก หอการค้า และนักธุรกิจ รวมทั้งเขาได้แสดงความชื่นชมซาอุดีอารเบียซึ่งมีแผนลงทุนในภาคการเกษตร ปศุสัตว์และการประมง โดยซาอุดิอารเบียได้เรียกร้องให้นักธุรกิจของตนลงทุนในภาคดังกล่าว อย่างกว้างขวาง นอกจากนี้เขาได้กล่าวเชิญชวนประเทศสมาชิกไอดีบีอื่นๆ ให้พยายามเอาอย่างประเทศซาอุดิอารเบียด้วย
ตั้งรางวัลส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมสตรีมุสลิม
ผู้สื่อข่าวถามเกี่ยวกับการจัดตั้งกองกิจการสตรีของไอดีบีขยายจากแผนกเดิม ซึ่งเชคอาลีตอบว่า ธนาคารยังคงมุ่งส่งเสริมให้สตรีมุสลิมมีบทบาทในกิจกรรมต่างๆ ต่อไป โดยในปีนี้ธนาคารได้มอบรางวัล 'กิจกรรมส่งเสริมและพัฒนาสตรี' แก่ผู้ชนะรางวัล ซึ่งเป็นสตรีมุสลิมที่มีบทบาทโดดเด่นในสังคม 4 คน ได้แก่ ศาสตราจารย์อัสมา อิสมาแอล จากมหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์ (ไซนส์) มาเลเซีย นางรูนา ข่าน จากสมาคมเพื่อนผู้บำเพ็ญประโยชน์ ประเทศบังคลาเทศ นางซาอีเดียห์ โฆด จากประเทศอิหร่าน และนางคัลลิยา อัลฮัจญ์ อับดู จากประเทศซูดาน
ทางด้านเอเอ็มอีอินโฟด็อตคอมรายงานว่า กษัตริย์อับดุลเลาะห์ บินอับดุลอาซิสแห่งซาอุดีอารเบียทรงเป็นเจ้าภาพและประธานเปิดประชุมประจำปี คณะกรรมการอำนวยการบริหารไอดีบีกรุ๊ป ซึ่งจัดขึ้นเป็นปีที่ 33 เมื่อ 3 มิถุนายน ที่ผ่านมา ที่โรงแรมฮิลตัน นครเจดดะห์ ซาอุดิอารเบีย ผู้เข้าร่วมประชุมส่วนใหญ่คือรัฐมนตรีทางด้านเศรษฐกิจ การคลังและการวางแผนจากประเทศสมาชิก 56 ประเทศในเอเชีย อาฟริกา ยุโรป และละตินอเมริกา
รุกช่วยเหลือการวิจัยทางวิทยาศาสตร์และการแพทย์
นอกเหนือจากการประชุมหารือเกี่ยวกับกิจกรรมและการดำเนินงานต่างๆ ที่ผ่านมาและตามที่มีโครงการจะดำเนินการต่อไปของไอดีบี ดร.อาหมัด อาลี ประธานไอดีบีได้กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ในปีนี้ไอดีบีเน้นให้การส่งเสริมและสนับสนุนทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี อย่างเต็มที่ โครงการช่วยเหลือดังกล่าวมีอาทิ การจัดตั้ง 'สถาบันวิจัยโมเลกุลยา' (INFOMM) ในมหาวิทยาลัยไซนส์มาเลเซีย 'ศูนย์ความเป็นเลิศทางชีววิทยาโมเลกุล' (CEMB) ในมหาวิทยลัยปุนจาบ ประเทศปากีสถาน รวมทั้งให้การสนับสนุน คณะกรรมการวิจัยการเกษตร กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ประเทศซูดาน ซึ่งดำเนินการวิจัยในโครงการทางเกษตรกรรมและอุตสาหกรรม โดยเฉพาะการผลิตน้ำตาล
ในภาคสังคมอื่นๆ นอกจากไอดีบีได้มอบรางวัลแก่สตรีมุสลิมดีเด่นแล้ว ยังได้มอบเงินสนับสนุนให้กับกลุ่มองค์กรเอกชน (เอ็นจีโอ) สมาคมเด็กกำพร้า และสมาคมอัฟยาห์เพื่อการพัฒนาและการดูแลสุขภาพเด็ก รวมทั้งการให้ทุนแก่ 'เด็กฉลาด' ในประเทศสมาชิกต่างๆ ด้วย
ช่วยมุสลิมทั้งในประเทศมุสลิมและไม่ใช่มุสลิม
จากรายงาน ของสำนักข่าวเอเอ็นระบุว่า ธนาคารอิสลามเพื่อการพัฒนา หรือไอดีบีได้บริจาคเงินช่วยเหลือกิจการสตรีและการศึกษาแก่นักศึกษามุสลิม ทั้งในประเทศมุสลิมและในประเทศที่ไม่ใช่มุสลิมทั่วโลก ตัวอย่างเฉพาะในปี พ.ศ. 2547 ปีเดียว ไอดีบีได้บริจาคเงินเกือบสี่ร้อยล้านบาทเพื่อวัตถุประสงค์ทางการศึกษา จำแนกเฉพาะรายเป็นเงิน 1.7 ล้านบาทเพื่อก่อสร้างศูนย์ฝึกอบรมวิชาชีพแก่สตรีในรัฐพิหาร ประเทศอินเดีย กว่า 200 ล้านบาทสำหรับโครงการฝึกอบรมวิชาชีพในประเทศเบนิน กว่า 130 ล้านบาทแก่โครงการพัฒนาการศึกษาขั้นพื้นฐานในประเทศไอวอรีโคสต์ กว่า 2 ล้านบาทในการก่อสร้างหอพักสำหรับสตรีที่เมืองมังกรอลในรัฐกุจารัต ประเทศอินเดีย 4 ล้านบาทสำหรับการขยายและการจัดหาอุปกรณ์ให้โรงเรียนอิสลามอัลฮุดาในฮอว์ ธอร์น มลรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา 3.5 ล้านบาทสำหรับยกระดับอาคารเรียนเด็กชายในซาราเจโว ประเทศบอสเนีย เฮอเซโกวินา 2.7 ล้านบาทสำหรับการขยายโรงเรียนมะอ์ฮัด อัดดีนี อัลอิสลามมี ในอัสมาร่า ประเทศเอริทาเรีย
นอกจากนี้ไอดีบียังให้เงินกู้ประมาณ 134 ล้านบาทเพื่อก่อสร้างวิทยาลัยเทคนิคในประเทศโอมาน 74 ล้านบาทสำหรับสร้างหอพักนักศึกษามหาวิทยาลัยอิสลามในอูกานดา กว่า 4 ล้านบาทเพื่อก่อสร้างอาคารวิทยาลัยอิสลามในจังหวัดเหอเป่ย สาธารณรัฐประชาชนจีน ราว 3.9 ล้านบาทสำหรับก่อสร้างโรงเรียนมัธยมสตรีอิสลามในบอสเนีย-เฮอร์เซโกวิน่า ราว 3.9 ล้านบาทสำหรับขยายและปรับปรุงโรงเรียนประถมประจำชุมชนมุสลิมแห่งอเมริกา เหนือ ในรัฐออนตาริโอ ประเทศแคนาดา 3.7 ล้านบาทสำหรับการขยายโรงเรียนมุสลิมโบลตันสำหรับเด็กหญิง ในแมนเชสเตอร์ ประเทศอังกฤษ และ 2.8 ล้านบาทสำหรับก่อสร้างอาคารหอพัก โรงเรียนอัตตัรกียะห์ อิสลามียะห์ เทศบาลเมืองนราธิวาส จังหวัดนราธิวาส ประเทศไทย
จากการตรวจสอบของอิศราฯ จากเว็บไซต์ของโรงเรียนอัตตัรกียะห์ อิสลามียะห์ นราธิวาส (โปรดดู http://www.attarkiah.ac.th/attar_01_02.htm) ระบุว่า ในปีการศึกษา พ.ศ. 2535 โรงเรียนได้รับเงินช่วยเหลือจากธนาคารอิสลามเพื่อการพัฒนา (ไอดีบี) เป็นเงินทั้งสิ้น 9 ล้านบาท เพื่อสร้างอาคารเรียน 4 ชั้น เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก จำนวน 20 ห้องเรียน และในปีการศึกษา 2539 โรงเรียนได้รับความช่วยเหลือด้านงบประมาณจากธนาคารอิสลามเพื่อการพัฒนา (ไอดีบี) อีกจำนวนเงิน 2.5 ล้านบาท เพื่อสร้างอาคาร 2 ชั้น โดยมีฐานเพื่อสร้างอาคาร 4 ชั้น
มูลนิธิวัฒนธรรมอิสลามเพื่อการศึกษาและพัฒนา (วกพ.) -ผู้ดำเนินงานทุนไอดีบีประจำประเทศไทย
แม้ว่าประเทศไทยไม่ใช่ประเทศมุสลิม แต่ไอดีบีก็เข้าให้ความช่วยเหลือโดยเฉพาะอย่างยิ่งทุนการศึกษาแก่นิสิตนัก ศึกษาไทยมุสลิมมานานกว่า 20 แล้ว เริ่มตั้งแต่ พ.ศ. 2529 เป็นต้นมา ในช่วง พ.ศ. 2529-2537 มีผู้ได้รับทุนการศึกษาไอดีบี 156 คน เฉลี่ยปีละ 19-20 คน ในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2537 มีการจัดตั้ง 'มูลนิธิ วัฒนธรรมอิสลามเพื่อการศึกษาและพัฒนา' (วกพ.) ขึ้น จากองค์กรเดิมของคณะปัญญาชนไทยมุสลิมจากหลายสาขาอาชีพจำนวนหนึ่ง ร่วมกับธนาคารอิสลามเพื่อการพัฒนา (ไอดีบี) เพื่อพัฒนาศักยภาพของมุสลิมไทยเพิ่มเติมจากเดิมที่เน้นเฉพาะด้านวิทยาศาสตร์ ประยุกต์เท่านั้น โดยมีการขยายการพัฒนาทรัพยากรบุคคลไทยมุสลิมในสาขาวิชาด้านสังคมศาสตร์และ มนุษยศาสตร์ที่สอดคล้องกับค่านิยมอิสลามด้วย โดยอยู่ภายใต้ระบบการศึกษาของไทยตั้งแต่ในระดับปริญญาตรีขึ้นไป
ตั้งแต่ พ.ศ. 2546 เป็นต้นมา การดำเนินงานของมูลนิธิ วกพ. เข้ารูปเข้ารอยมากขึ้น โดยมีนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา อดีตประธานสภาฯ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีหลายกระทรวงซึ่งเป็นชาวมุสลิมจังหวัดยะลาได้เป็นประธานมูลนิธิ นายปรีดา ประพฤติชอบ นายดำรง พุฒตาล และนายบูราฮานูดิน อุเซ็ง เป็นรองประธาน การดำเนินงานในระยะหลังนี้แม้ว่าทุนไอดีบีจะเป็นหลักทั้งหมด แต่ก็มีการไหลเวียนจากการบริจาคทุนคืนของบัณฑิตทุนไอดีบีเดิมและ ทุนอนุเคราะห์จากผู้อุปการะอื่นเพิ่มขึ้น แม้จะไม่มาก
ทุนการศึกษาไอดีบี
นัก ศึกษาที่ได้รับทุนการศึกษาไอดีบีเข้าศึกษาในสถานศึกษาภายในประเทศทั้งในส่วน หลางและภูมิภาค อาทิ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ฯลฯ โดยเฉพาะในสายวิทยาศาสตร์ประยุกต์ อาทิ แพทยศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ ทันตแพทย์ศาสตร์ พยาบาลศาสตร์ วิทยาศาสตร์การแพทย์หรือเทคนิคการแพทย์ ประมงศาสตร์ เภสัชศาสตร์ เทคโนโลยีอาหาร วิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ บริหารธุรกิจ หรือวิทยาการจัดการ วนศาสตร์ ฯลฯ
ผู้ ได้รับทุนการศึกษาไอดีบีคัดจากเป็นเด็กมุสลิมที่เรียนดี (พิจารณาจาก รบ. ม.6) แต่ขาดทุนทรัพย์ อายุไม่เกิน 24 ปี โดยจะได้รับทุนอุดหนุนตั้งแต่เรียนชั้นปีที่ 1 จนจบหลักสูตรการศึกษาให้ศึกษาในสถานศึกษาภายในประเทศ ตั้งแต่ดำเนินงานมาไอดีบีได้มอบทุนการศึกษาให้นักศึกษามุสลิมทั่วประเทศไป แล้วมากกว่า 400 คน หากมีการสำรวจบัณฑิตมุสลิมทางการแพทย์ วิทยาศาสตร์และวิศกรรมศาสตร์ ทั้งชายและหญิงในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้และจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ เช่น กรุงเทพฯ เชียงใหม่ ฯลฯ จะพบว่ามีบัณฑิตมุสลิมจากทุนไอดีบีหลายร้อยคนที่ทำงานอยู่ในหน่วยงานต่างๆ ทั้งของรัฐและเอกชนกระจายอยู่ทั่วประเทศ โดยเฉพาะในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้
การ ช่วยเหลือแบบให้เปล่านี้แสดงถึงบทบาทของธนาคารอิสลามเพื่อการพัฒนา (ไอดีบี) ที่มีต่อชาวมุสลิมทั่วโลก ทั้งในประเทศมุสลิมและประเทศไม่ใช่มุสลิม เพื่อให้พ้นจากความล้าหลัง อ่อนแอ ด้อยการศึกษา สะท้อนถึงหลักการและความพยายามของประเทศมุสลิมที่แข็งแรงแล้ว ที่จะสนับสนุนชาวมุสลิมทั่วโลกเพื่อก้าวสู่สังคมนานาชาติที่ทุกศาสนิกชน สามารถอยู่ร่วมกันอย่างสันติ ด้วยภูมิปัญญา และถ้อยทีถ้อยอาศัยอย่างแท้จริง
ปัจจุบัน 'มูลนิธิวัฒนธรรมอิสลามเพื่อการศึกษาและพัฒนา' เป็นผู้บริหารและดำเนินการทุนการศึกษาไอดีบีในประเทศไทย มีนายวิรัตน์ มินทราศักดิ์ (อดีตข้าราชการกระทรวงการต่างประเทศ) เป็นผู้อำนวยการมูลนิธิฯ และ รศ. พิเชษฐ์ กาลามเกษตร์ (มหาวิทยาลัยมหิดล) เป็นเลขาธิการ ตั้งอยู่เลขที่ 161/7 ถนนเพชรบุรี เขตพญาไท กทม. 10400 โทร. 0 261 1147 โทรสาร 0 2219 2344
ผมจะสมัทรทุนidbเนื่องจากครอบครัวยากจนไม่ทราบเปิดรับสมัทรเมื่อไรbah_ea@hotmail.com
แสดงความคิดเห็น