วัดท่าการ้อง ต้นแบบ "สวนสวย ส้วมสะอาด"

แทบไม่อยากเชื่อว่าเมื่อเดินเข้าไปที่วัดแห่งนี้แล้ว เหมือนกับกำลังเดินอยู่ในรีสอร์ตที่ไหนสักแห่ง เพราะที่วัดนี้ มีการตกแต่งจัดภูมิทัศน์สถานที่อย่างสวยงาม ด้วยสวนสวยที่ร่มรื่นและรูปปั้นดินเผาหลากรูปแบบ ผิดไปจากวัดทั่วๆไป สร้างความน่าสนใจให้วัดแห่งนี้ไม่น้อยเลยทีเดียว เรียกได้ว่าเป็นวัดที่ไม่มีใครเหมือนและไม่เหมือนใคร แม้เนื้อที่วัดจะมีเพียงน้อยนิดก็ตาม

 

เมื่อเดินเข้าไปที่วัดท่าการ้อง ก่อนเข้าโบสถ์ หลวงพ่อยิ้ม จะได้ยินเสียงมัคนายกซึ่งมีดีกรีเป็นถึง ผอ.โรงเรียน ร้องเรียกเชิญชวนให้ผู้มาเที่ยววัดดื่ม น้ำเย็นที่มีไว้บริการฟรี ถ้าร้อนนักก็แจกผ้าเย็นให้ เช็ดเหงื่อไคลที่ไหลย้อย มองดูแล้วเข้าท่า เรียกว่าบริการทุกระดับประทับใจ

 

ผู้เป็นเจ้าของไอเดีย "สวนสวย ส้วมสะอาด ใช้ธรรมชาติผสานธรรมะ ดึงพุทธศาสนิกชนเข้าวัด" นั้นไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นพระครูสุทธิปัญญาโสภณ เจ้าอาวาสวัดท่าการ้อง ต.บ้านป้อม อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา นี่เอง พระครูฯได้เผยถึงแรงบันดาลใจที่ทำให้วัดท่าการ้อง จากเดิมที่เป็นวัดร้าง กลายเป็นวัดยอดนิยมที่มี ผู้คนมาเที่ยวกราบไหว้พระมากแห่งหนึ่งและเป็น 1 ในโครงการไหว้พระ 9 วัด ของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ว่า หลังจากมารับตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดนี้ เมื่อปลายปี 2543 เห็นสภาพของวัด มีพระพำนักอยู่เพียงรูปเดียว เนื่องจากเป็นวัดที่อยู่ในพื้นที่ของชุมชนชาวมุสลิมและขาดการบูรณะมานาน จึงมีความคิดว่าจะทำอย่างไร ที่จะทำให้วัดนี้เป็นที่รู้จักของผู้คนทั่วไปและให้คนมาทำบุญกราบไหว้พระที่ วัดนี้มากขึ้น คิดไปคิดมาความคิดก็มาหยุดลงที่เรื่อง "ส้วม" เป็นอันดับแรก จึงสร้างส้วมให้ สะอาด ถูกสุขลักษณะ แถมยังติดแอร์เย็นฉ่ำ ตกแต่งประดับประดาด้วยม่านระย้าใน ห้องส้วมอย่างสวยงาม เป็นที่แปลกตาและน่าสนใจของผู้มาเที่ยว ที่สำคัญท่านเจ้าอาวาส ยังจัดห้องส้วมสำหรับบรรดา "ชายไม่จริงหญิงไม่แท้" ไว้ปลดทุกข์อีกต่างหาก

หลังจากเรื่อง "ส้วม" ประสบผลสำเร็จ เพราะผู้คนจากทุกสารทิศที่มาพบเห็น ต่างพากันกล่าวขวัญกันไปทั่วประเทศแล้ว ทำให้มีผู้ทำบุญบริจาคเงินกับ วัดมาบ้าง จึงหันมาขยายพื้นที่ออกไปอีกเล็กน้อยและพัฒนาเรื่องสิ่งแวดล้อม จัดสวนสวยด้วยไม้ดอกไม้ ประดับและไม้ยืนต้นนานาชนิด โดยออกแบบเองทั้งหมด เพราะมีความชอบและเป็นคนรักต้นไม้ สร้างความร่มรื่นให้กับวัด เป็นการใช้ธรรมชาติเป็นสื่อเข้าถึงธรรมะ จะทำให้คนที่เข้ามาวัดพบกับความสะอาดตาเย็นกายเย็นใจและที่สำคัญคนเรา ต้องอยู่ร่วมกันกับธรรมชาติ เพราะหากขาดธรรมชาติหรือเมื่อธรรมชาติหมดไปเมื่อใด เมื่อนั้นเราก็จะพบกับความทุกข์

ในแต่ละวันจะมีผู้คนจากทั่วทุกสารทิศแห่มาไหว้พระ ชมส้วม ดูสวน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวันเสาร์-อาทิตย์ หรือวันนักขัตฤกษ์ จะมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ แห่มาดูส้วมและสวนที่วัดแห่งนี้กันอย่างล้นหลามเลยทีเดียว สวนที่นี่ไม่ใช่จัดครั้งเดียวแล้วอยู่ไป 10 ปี แต่มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบย้ายโน่นจัดนี่เพิ่มนั่นกันแทบทุกเดือน เพื่อให้คนที่มาเที่ยววัด ไม่ต้องพบกับความซ้ำซากและรูปแบบเดิมๆ

นอกจากสวนสวย ส้วมสะอาด ปราศจากกลิ่นเหม็น จนกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุขประกาศให้เป็น "ส้วมดีเด่น" แล้ว ภายในบริเวณวัดยังมีรูปปั้นหลวงปู่โต หลวงปู่ทวด ครูบาศรีวิชัย สมเด็จพระเจ้าตากสิน สมเด็จพระนเรศวรมหาราช พระพิฆเนศวร องค์ท้าวจตุคามรามเทพ เจ้าแม่กวนอิมและสิ่งศักดิ์สิทธิ์อีกหลายหลาก ถามไถ่ได้ความว่าเป็นเพราะคนมาวัดท่าการ้องนี้ มีจากทั่วสารทิศ เจ้าอาวาสท่านจึงจัดให้ เพื่อใครที่นับถืออะไร จะได้ถือโอกาสกราบไหว้สักการะไปทีเดียว ไม่ต้องเดินทางไปหลายที่ให้เสียเวลา หากมีเวลาให้เดินดูข้อคิดคติธรรม ที่เขียนติดไว้ตามต้นไม้ เตือนใจผู้คนทั้งหลาย

แต่ที่น่ารักและเป็นที่สะดุดตาของผู้มาที่วัดท่าการ้องแห่งนี้ ที่ใครเห็นแล้วเป็นต้องอมยิ้ม คือบรรดารูปปั้นเณรน้อยที่ยืนอุ้มบาตร อยู่หน้าโบสถ์ที่ประดิษฐานหลวงพ่อยิ้ม เพราะบรรดารูปปั้นเณรน้อยที่ยืนยิ้มแฉ่งอยู่นี้ พากันใส่แว่นตาทุกองค์ เมื่อถามถึงเหตุผลก็ได้รับคำตอบว่า เป็นเพราะคนสูงอายุส่วนใหญ่ที่มาที่วัดท่าการ้องนี้ เมื่อไหว้พระเสร็จแล้วก็จะลืมแว่นตากันเป็นประจำ พระในวัดจึงนำมาใส่ให้กับเณรน้อยเพื่อเป็นการเตือนใจให้คนไม่ลืมแว่น นับว่าเป็นไอเดียที่เข้าท่าและน่ารักมั่กๆ ใครเห็นเณรน้อยใส่แว่นยืนยิ้มหน้าบานนี้แล้ว ก็อดไม่ได้ที่จะต้องเข้าไปยืนถ่ายรูปด้วยแทบทุกคน ซึ่งเณรน้อยรูปปั้นดินเผาทั้งหมดนี้ หาได้มีวางขายอยู่ตามท้องตลาดทั่วไปไม่ แต่เกิดจากความคิดของเจ้าอาวาสที่ออกแบบเองแล้วสั่งให้คนขายปั้นตามใจที่ ต้องการ

วัดท่าการ้องเป็นวัดเก่าแก่แห่งหนึ่งในสมัยกรุงศรีอยุธยา ตั้งอยู่ริมแม่น้ำ เจ้าพระยา นับถึงปัจจุบันวัดท่าการ้องมีอายุกว่า 474 ปีแล้ว ขณะนี้กำลังทำการ บูรณปฏิสังขรณ์โบราณสถานและโบราณวัตถุภายในวัด เพื่อให้เป็นที่ศึกษาประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมสมัยกรุงศรีอยุธยา โดยไม่ทิ้งหน้าที่หลักของวัด คือที่พึ่งทางจิตใจของประชาชน เพื่อการน้อมนำไปสู่คุณธรรมความดีมี "หลวงพ่อยิ้ม" เป็นศูนย์รวมจิตใจของผู้มากราบไหว้สักการะ ผู้มาเยือนวัดคณะใดที่ต้องการให้จัดปาฐกถาธรรม ทางวัดก็จัดให้ในเวลาสั้นๆ จนมีสโลแกนของวัดว่า "มาแล้ว...ต้องมาอีก" หากวัดอีกหลายแห่งคิดดี ทำได้ อย่างวัดท่าการ้อง เชื่อว่าจะมีคนมาเข้าวัดทำบุญไหว้พระอีกมากเลยทีเดียว เสาร์-อาทิตย์หรือวันว่าง หากมีเวลาลองพาครอบครัวไปเที่ยวดู แล้วคุณจะรู้ว่า คำกล่าวที่ว่า "มาแล้ว...ต้องมาอีก" เป็นอย่างไร.

ผู้เขียน: 
อาภาภรณ์ ทรงเผ่า
ที่มา: 

ไทยรัฐ