เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม นางจุฬารัตน์ บุณยากร ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ให้สัมภาษณ์กรณีที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติว่าไม่ต้องระบุข้อมูลศาสนาในบัตรประจำตัวประชาชนใหม่หรือ สมาร์ทการ์ดว่า ส่วนตัวเห็นว่าควรบรรจุข้อมูลศาสนาในสมาร์ทการ์ด เพราะมีความสำคัญ โดย พศ.จะนำเรื่องนี้ไปหารือว่าจะทำอย่างไรต่อไป ส่วนที่องค์กรเครือข่ายภาคประชาชนพิทักษ์ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และอีกหลายๆ องค์กร เคลื่อนไหวคัดค้าน และให้ทบทวนมติ ครม. รวมทั้งเรียกร้องให้บรรจุข้อมูลของศาสนาในสมาร์ทการ์ด จะต้องพูดคุยกัน และฟังเหตุของกลุ่มดังกล่าวด้วย
พระครูสังฆพินัย (ประสาร จนฺทสาโร) ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายกิจการนิสิต มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร.) กล่าวว่า การบรรจุข้อมูลศาสนาในสมาร์ทการ์ดไม่มีอะไรเสียหาย อยากให้มองว่าเรื่องศาสนาเป็นเรื่องสำคัญพอๆ กับที่ชื่อ นามสกุล เป็นข้อมูลสำคัญของทุกๆ คน อยากให้รัฐบาลหรือฝ่ายที่เกี่ยวข้องออกมาอธิบายเหตุผลว่าทำไมถึงไม่บรรจุ ที่เกรงว่าถ้าบรรจุไว้จะเป็นการแบ่งแยกระหว่างศาสนา หรือทำให้เกิดความขัดแย้งทางศาสนานั้น ไม่ใช่เหตุผลที่เอามาอ้าง เพราะเวลาติดต่อราชการ หรือสมัครงาน ทุกศาสนาเสมอภาคกันหมด ไม่ได้เลือกปฏิบัติ ต่อไปถ้าถูกถามว่านับถือศาสนาใด คงตอบไม่ได้ เพราะอาจไม่มีใครเชื่อ ในที่สุด จะเป็นการสร้างปัญหาแทนที่จะช่วยยุติปัญหา อยากให้มหาเถรสมาคม (มส.) ประชุมระดมความคิดเห็นในเรื่องนี้
ที่เขาให้ลงข้อมูลไว้นอกจากเป็นหลักฐานแสดงตัวตนแล้ว ก็เพื่อเป็นข้อมูล สำหรับดำเนินการเวลามีปัญหาด้วยไม่ใช่หรือไง เดี๋ยวไม่ลงศาสนาให้รู้ พอดีกัน คนไข้ฉุกเฉินเป็นอิสลาม พยาบาลดันให้กินโจ๊กใส่หมู..ขำขำ นะ
ทำไมต้องไม่ให้แสดงข้อมูลทางศาสนาของตนลงในบัตรประชาชนด้วย ทั้งที่ไม่มีอะไรเสียหาย ทั้งๆที่เราทำกันแบบนี้มาก็ตั้งนานแล้วไม่เคยมีปัญหา
ที่คณะรัฐมนตรีว่าเกรงจะเกิดปัญหาแบ่งแยกทางศาสนานั้นไม่เกี่ยวกันเลย ทุกคนย่อมเคารพนับถือในศาสนาของตน
ที่ว่าจะเกิดปัญหานั้น ขอมองการบริหารประเทศของคุณก่อน ขนาดบริหารกันยังไม่มีความร่วมมือกันขัดแย้งผลประโยชน์กัน แล้วจะมาถอนศาสนาออกจากบัตรประชาชนหาว่าขัดแย้งทางศาสนาแม้แต่ตัว ค.ร.ม. ยังขัดแย้งกันเลย อยากถามว่าคุณจะถอนศาสนาออกจากบัตรประชาชนคุณทำเพื่อตัวเองใชไม่ เขามีกันมานานแล้วไม่เห็นจะฆ่ากันเลย
แสดงความคิดเห็น