กำลัง สร้างความผวาทางจอทีวีในขณะนี้สำหรับละครผีแนวลึกลับ "นิมิตมาร" ของค่ายทีวีซีน วันนี้ "บันเทิง คม ชัด ลึก" เลยขอคว้าตัวพระ-นาง "อั๋น" วิทยา วสุไกรไพศาล และ "พลอย" เฌอมาลย์ บุณยศักดิ์ มาพักสงบจิตสงบใจเข้าหาธรรมะ
หลังจากที่อกสั่นขวัญแขวนกับเรื่องราวผวาในละคร (อ๊ะ...อ๊ะ...หรือสาวพลอย หันมาพึ่งธรรมะเพราะเจอะเจอแต่ข่าวไม่ค่อยดีก็ไม่รุ)
ว่าแล้วทั้งคู่ก็ถือโอกาสนัดหมายกันมาที่ สถาบันวิมุตตยาลัยสถาบันการศึกษาเพื่อพัฒนาศักยภาพแห่งการตื่นรู้สู่อิสรภาพ ทั้งคู่ดูตั้งอกตั้งใจเพื่อจะมาสนทนาธรรมกับ พระอาจารย์ว.วชิรเมธี อย่างเต็มที่
แหม... มีโอกาสเข้าถึงธรรมะซะขนาดนี้พลอยและอั๋นออกอาการดีอกดีใจ และตื่นเต้นเป็น พิเศษ เพราะมีโอกาสมาสนทนาธรรมกับพระอาจารย์ ว.วชิรเมธี ทั้งที
เมื่อทั้งสองมาถึงต่างก็สนใจหนังสือในห้องสมุดธรรมะ พากันหยิบ หนังสือธรรมะที่จัดวางไว้อย่างเป็นระเบียบมาอ่าน หนุ่มอั๋นอ่านหนังสือ ธรรมะ อ่านไปอ่านมา ก็เกิดอาการหน้านิ่วคิ้วขมวดทีเดียว
"พี่อั๋น...อ่านจบแล้วเอามาสอนพลอยด้วยนะ" พลอยแซวดารารุ่นพี่ พลางหยิบหนังสือธรรมะอีกเล่มขึ้นมาอ่านบ้าง
หนุ่ม อั๋นได้ยินนางเอกสาวแซวจึงรีบแย้งขึ้นมาทันที "โธ่...น้อง พี่ก็แค่อ่านให้ มันซึมลงไปในหัวบ้างเท่านั้นแหละ อย่าถึงกับไปสอนคนอื่นเลย พี่คงสอนไม่ได้ หรอก" เล่นเอาพลอยขำก๊าก ในความเจียมเนื้อเจียมตัวของอั๋น พอเหลือบไปเห็น คอมพิวเตอร์เท่านั้นล่ะ พลอยเลยขอหลบมุมไปเข้าอินเทอร์เน็ตสืบค้นดู เว็บไซต์ของท่านว.วชิรเมธี ที่สอนธรรมะมากมาย อีกทั้งยังดูกระทู้ตอบถามจาก คนทางบ้าน พลอยดูจะสนอกสนใจป็นพิเศษ
ระหว่างรอพระอาจารย์ทั้งสองคนก็พากันสำรวจพื้นที่ แต่ดูหนุ่มอั๋น จะตื่นตาตื่นใจกับรางวัลเกียรติคุณของท่านมากกว่าอย่างอื่น หลังจากเดิน สำรวจพื้นที่ จนไม่มีอะไรจะให้ได้ซนแล้ว เพื่อเป็นการแสวงหาธรรมะอย่างจริง จัง ก่อนที่จะได้ฟังธรรมะ พลอยกับอั๋นขอนั่งสมาธิสงบจิตใจกันซะก่อน
"นั่งๆ ไปเดี๋ยวหลับยาวแน่ ปลุกด้วยนะ" พลอยแกล้งแซวอั๋น ทำเอา พระเอกหนุ่มหันมาเหล่ตามองกลัวพลอยจะหลับจริง สักพักเจ้าหน้าที่ ก็มากระ ซิบบอกว่าตอนนี้ พระอาจารย์ ว.วชิรเมธี มาถึงแล้ว ทั้งคู่เลยรีบเตรียมตัว มาต้อนรับท่าน เมื่อท่านมาถึง ก็เข้ามาด้วยรอยยิ้มแจ่มใส เมื่อเห็นหน้า พลอยกับอั๋นก็ทักทาย เพราะท่านจำผลงานแสดงของทั้งคู่ได้ งานนี้อั๋นและพลอย ถึงกับยิ้มแก้มปริเลยทีเดียว
ท่านว. วชิรเมธีี เอ่ยถามถึงผลงานในตอนนี้ ว่าทั้งคู่กำลังทำอะไรกันอยู่บ้าง พลอย จึงบอกให้ท่านฟังทันทีว่า "ตอนนี้มีละครเรื่อง นิมิตมาร ค่ะ เราเล่นเป็น พระ-นางคู่กัน พลอยเล่นเป็นนางเอกที่หลงในรูปลักษณ์ภายนอก จะเลือกคบคนที่ ฐานะ และหน้าตา ทะเยอะทะยาน ชอบอะไรหรูหรา หัวสูงจนทำให้ตัวเองได้มาเจอกับ ผีร้าย ที่นิมิตให้ตัวเองหล่อดูดี และมีฐานะ จนทำให้ตัวพลอยเจอแต่เรื่อง ไม่ดีในชีวิต" พลอยเล่าเสียงเจื้อยแจ้ว
ส่วนอั๋นเล่าว่า"ตัวผมเล่นเป็นคนที่มีสัมผัสที่หก จะเห็นอะไรที่ ไม่มีใครเห็นครับ ในเรื่องจะคอยช่วยนางเอกให้หนีจากผีได้" ท่านเลยถามต่อ ว่าแล้วชีวิตจริงเคยเห็นมั้ย อั๋นรีบตอบทันทีว่า "ไม่เคยครับท่าน และก็ไม่อยากเจอด้วย" พระ อาจารย์เลยบอกว่าดูพลอยจะถูกชะตากับอะไรที่เกี่ยวกับผีนะ เห็นเล่นหนังก็ เล่นเรื่องเกี่ยวกับผีมาหลายเรื่อง ดังๆ ทั้งนั้น อย่าง "บุฝผาราตรี" ก็ เป็นหนังสร้างชื่อให้พลอย เล่นเอาพลอยหัวเราะ แต่พอมานึกๆ ก็ยอมรับว่า สงสัยตัวเองคงถูกชะตากับเรื่องผีๆ จริง...จริ๊ง
จากนั้นท่านถามต่อไปว่าแล้ววันนี้ไปไหนกันมา พลอยยิ้มแล้วตอบ " วันนี้เราสองคนไปรับรางวัลเป็นทูตวันวิสาขบูชามาค่ะ" ท่านยิ้ม เมื่อทราบ ว่าทั้งคู่เป็นตัวแทนของพระพุทธศาสนา เลยเล่าความหมายของวันวิสาขบูชาให้ ทั้งคู่ฟังทั้งพลอยกับอั๋นนั่งฟังอย่างตั้งอกตั้งใจ พระอาจารย์บอกว่า
"วัน วิสาขบูชา แปลว่า การบูชาในวันเพ็ญเดือน 6 มีวันประสูติ ตรัสรู้ ปรินิพพาน ซึ่งจะมีความหมายสอน ให้คนได้เรียนรู้แตกต่างกัน ประสูติ คือวันที่พระ พุทธเจ้าเกิดมาบนโลก ก็สอนเรื่องให้เราตั้งปณิธานให้แก่ชีวิต ทุกคนต้องมี เป้าหมายในการใช้ชีวิต ตรัสรู้ คือให้เราดำเนินชีวิตอย่างมีปัญญา ปรินิพพาน คือ พระพุทธเจ้ายิ่งใหญ่แค่ไหนก็หนีความตายไม่พ้น ฉะนั้นเราต้อง ไม่ประมาท จงอยู่ให้คุ้ม" ทั้งคู่นั่งฟังตาปริบๆ ทึ่งในการสรุปหลักธรรมให้ ฟังง่ายๆ อย่างไม่น่าเบื่อเลยสักนิด
จากนั้นพระอาจารย์เลยให้หลักธรรมในการดำรงชีวิตแก่ทั้งคู่เพื่อนำไปใช้ในการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน 3 ข้อ คือ
"1.คนสำคัญที่สุดคือใคร คือ ต้องให้ความสำคัญกับคนที่อยู่ตรงหน้าเรา เพราะเขาคือคนที่สำคัญที่สุดสำหรับเรา ณ ตอนนั้น
2. งานสำคัญที่สุดคืองานอะไร ความหมายก็คือเราต้องให้ความสำคัญกับงานทุกงานที่เรากำลังทำอยู่
3.เวลาใดคือเวลาที่ดีที่สุด ความหมายก็คือ ให้เราให้ความสำคัญกับ เวลาที่เราอยู่ ณ ตอนนั้น เพราะเวลานั้นคือเวลาที่สำคัญที่สุด แล้วจะทำให้ เราทำงานแบบตั้งใจ"
นอกจากนี้ท่านยังกล่าวต่ออีกว่า"การทำงานในวงการบันเทิงกับการ เป็นพระไม่ต่างกัน เพราะเราอยู่ได้ด้วยศรัทธาของคน เพราะฉะนั้นเราอย่าลืม ตัว ต้องให้เกียรติคน และต้องใช้ทุกนาทีชีวิตให้คุ้มค่าที่สุด"
เมื่อได้หลักธรรมมาใช้ในชีวิตประจำวันแล้วพลอย กล่าวพร้อมสีหน้า อิ่มเอม ว่า "ปิ๊งเลยพี่ รู้สึกเหมือนได้จุดประกายอะไรบางอย่าง สมองโล่ง ขึ้นมาทันที ทำให้เราได้หลักในการทำงาน ในการที่จะอยู่กับคนหมู่มาก ทำให้ เข้าใจคน เข้าใจงานมากขึ้น ทำให้รู้สึกบายใจมากขึ้นเยอะเลย" พลอยกล่าว เสียงใส
ขณะที่อั๋น บอกว่า เมื่ออดีตเคยอยู่วัดมาก่อน มาครั้งนี้ ทำให้ได้หวนรำลึกถึงเรื่องราวเก่าๆ ที่ได้ยินได้ฟังมา
"คือพอเขาโตขึ้น มาอยู่อีกสังคมหนึ่ง ทำให้เราห่างกับเรื่องเหล่า นี้ เมื่อสิ่งเหล่านั้นได้กลับมา เหมือนกระตุ้นเตือนให้เราคิดได้ว่า เรา ต้องทำดี ทำดีจะได้ดีนะ" อั๋นกล่าว
เรียกว่างานนี้ทั้งนี้ได้ความอิ่มเอมใจและได้รับมงคลชีวิตไปเพียบเลยแหละ
แสดงความคิดเห็น