วัดหนองปากพงตัดสาขาวัดนาปาพง

 

      สืบเน่ืองจากกระทู้เกี่ยวกับวัดหนองป่าพงตัดสาขาวัดนาป่าพง เน่ืองจากสวดพระปราฏิโมกข์ 150 ข้อ ผู้น้อย (ธุลีดิน) เห็นว่า การจะตัดสินสิ่งใดต้องเข้าใจสิ่งนั้นๆ ก่อน เพ่ือให้ทราบถึงหลักการ ผู้น้อยจึงขอกราบเท้าอาจารย์เสฐียรพงษ์ฯ ซึ่งผู้น้อยเป็นศิษย์เม่ือครั้งอยู่สาธิตฯ เพ่ือขออนุญาตคัดลอกข้อความครูบาอาจารย์ที่เกี่ยวข้องมาให้ทุกท่านได้ทราบ ดังนี้.-
       1. การสวดปาฏิโมกข์คือการ ?ว่าปากเปล่า? หรือการสวดข้อบัญญัติทางพระวินัย 150 ข้อ ในเบื้องแรก และ 227 ข้อในกาลต่อมาทุกๆ กึ่งเดือนหรือ 15 วัน เป็นข้อบัญญัติทางพระวินัยที่ให้พระภิกษุทั้งหลายต้องลงฟังการกล่าว ทบทวนข้อบัญญัติทางพระวินัยนี้ทุก 15 วัน ถ้าขาดโดยไม่มีเหตุสมควรต้องปรับอาบัติ การสวดปาฏิโมกข์นี้เป็นตัวอย่างอันหนึ่งของการบังคับให้ท่องจำ ข้อบัญญัติทางพระวินัย แต่ไม่ใช่ทุกท่านสวดพร้อมกัน คงมีผู้สวดรูปเดียว รูปที่เหลือคอยตั้งใจฟัง และช่วยทักท้วงเมื่อผิด 
 
        2. การสังคายนานั้น แปลตามรูปศัพท์ว่า ?ร้อยกรอง? คือประชุมสงฆ์จัดระเบียบหมวดหมู่พระพุทธวจนะ แล้วรับทราบกันในที่ประชุมนั้นว่าตกลงกันอย่างนี้ แล้วก็มีการท่องจำสืบต่อๆ มา ในชั้นเดิมการสังคายนาปรารภเหตุความมั่นคงแห่งพระพุทธศาสนา จึงจัดระเบียบหมวดหมู่พระ พุทธวจนะไว้ ในครั้งต่อๆ มาปรากฏมีการถือผิดตีความหมายผิด ก็มีการชำระวินิจฉัยข้อที่ถือผิด ตีความหมายผิดนั้น ชี้ขาดว่าที่ถูกควรเป็นอย่างไรแล้วก็ทำการสังคายนา แล้วจารึกลงในใบลาน การสอบทานข้อผิดในใบลานก็เรียกว่าสังคายนา ไม่จำเป็นต้องมีเหตุการณ์ถือผิดเข้าใจผิดเกิดขึ้น การสังคายนาไม่มีกำหนดว่าต้องทำเมื่อไร โดยปกติเมื่อรู้สึกว่าควรจัดระเบียบชำระข้อถือผิดเข้าใจ ผิดได้แล้ว ก็ลงมือทำตามโอกาสอันควรแม้เมื่อรู้สึกว่าไม่มีการถือผิดเข้าใจผิด 
        สรุป
        การสวดปาฎิโมกข์เดิมมี 150 ข้อ ส่วน 227 ข้อเป็นการสวดในการต่อมา ข้อที่ต้องพิจารณาต่อไปคือการสวดทั้งสองประการนี้มีที่มาอย่างไร ผู้น้อยเห็นว่าการสวด 150 ข้อเป็นการสวดพระวินัยไปตามพุทธวจนะอันเป็นคำที่พ่อสั่งให้ลูปฏิบัติ ตาม ส่วนการสวด 227 ข้อนี้ผู้น้อยเห็นว่าน่าจะเป็นการสวดตามมติสงฆ์ในฐานะที่เป็นการสังคายนาในส่วนที่ตามปกติเม่ือหมู่สงฆ์รู้สึกว่าควรจัดระเบียบชำระข้อถือผิดเข้าใจผิดให้ถูกต้องหรือแม้เม่ือรู้สึกว่าควรจัดระเบียบขึ้นใหม่ก็สามารถทำได้ ดังนั้น การสวด 150 ข้อจึงถูกต้องตามพุทธวจนะ ส่วนการสวด 227 ข้อจึงถูกต้องตามมติสงฆ์ แต่เน่ืองจากการถือตามมติสงฆ์นี้มีผลทำให้การสวด 150 ข้อตามพุทธวจนะเดิมกลับกลายมาเป็นความผิดหรือไม่ถูกต้องตรงตามมติสงฆ์ ทั้งหมดนี้ผู้น้อยเห็นว่าการจะถือเอาตามคติ หรือมติใดนั้นไม่ควรอยู่ภายใต้กิเลสในการที่จะเอาชนะกันด้วยความเป็นตัวกูของกู หากแต่เป็นการดำรงไว้ซึ่งพระพุทธศาสนาแล้วผู้น้อยก็ขออนุโมทนาด้วย ฉะนั้่น ใครจะผิดใครจะถูกอย่างไรก็ขอทุกท่านได้โปรดใช้วิจารณญาณพิเคราะห์กันเอาเองครับ